นายโอม คนย่ำป่า
 (24/7/2550)

fiogf49gjkf0d
“คน” ปุทุชนทั่วๆไป แต่ในที่นี้มันกลับแตกต่างกับทั่วๆไปตรงที่ คนๆนี้มีเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมากมาย ทั้งเรื่องดีและไม่ดี ณ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ดีๆเกิดขึ้นกับคนๆนี้แทบทั้งหมด

“ย่ำ” เป็นการกระทำที่แตกต่างไปจากความคิดของคนทั่วๆไป “ย่ำ”ในที่นี้หมายถึงท่องไปอย่างระมัดระวังและแผ่วเบา ก้าวไปอย่างมีเรื่องราว ไปข้างหน้าอย่างมีจุดหมายเพื่อค้นหาและสำรวจสิ่งต่างๆ

“ป่า” คือสิ่งที่บรรจุเรื่องราวของโลกไว้มากมาย ป่าเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความรู้และลึกลับ มันจึงเสมือนเป็นห้องสมุดที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาให้มนุษย์ได้เดินเข้าไปเพื่อค้นหาสิ่งที่ต้องการ และเผชิญกับสิ่งที่ไม่ต้องการ ป่าเป็นตัวกำหนดชีวิตของมนุษย์เป็นทั้งให้และทำลาย ตรงนี้จะเป็นข้อมูลต่างๆที่ให้ผู้คนได้ทราบว่าเสี้ยวหนึ่งของป่าให้สิ่งใดกับผู้คนในประเทศนี้บ้าง และสิ่งใดทำลายห้องสมุดนี้บ้าง สุดท้าย”ป่า”มีชีวิตจริงหรือไม่

“คนย่ำป่า” จึงเป็นเรื่องราวของคนๆหนึ่งที่ใช้ชีวิตพัวพันกับป่ามาแทบทั้งชีวิต เรียกได้ว่าพอเดินได้ชีวิตก็พัวพันกับป่าแล้ว มันจึงทำให้อยากที่จะถ่ายทดกสิ่งที่เรียกว่าป่าออกมาให้ผู้คนได้รู้บ้างว่า ตลอด40กว่าปีมานี้เรื่องราวของป่า เปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน ตำนานต่างๆเป็นจริงหรือไม่ เรื่องเล่าบางส่วนที่เกี่ยวกับป่ามันมีจริงมากน้อยเท่าใด และสุดท้าย(ที่นึกออก)ตำนานต่างๆที่คนเค้าพูดกันเกี่ยวกับป่ามันมีส่วนเท่าใดที่เป็ฯจริง หรือเป็นเรื่องเล่าเขย่าขวัญเด็กน้องเท่านั้น

บางคนอาจเข้าป่ามามากกว่าที่กล่าวมา อาจเจอะเจอจิ่งต่างๆมามากกว่า แต่ตรงนี้มิได้ลบหลู่ความคิดหรือประสพการณ์ใดๆของใคร แต่มันเป็นเพียง”เสี้ยวหนึ่งของชีวิตที่เจอมา”ในยุคของความคาบเกี่ยวระหว่างรอยต่อแห่งความคิดเก่าและความคิดใหม่(ผมเกิด2501) ดังนั้นเรื่องราวที่ว่ามามันอาจจะมีการพัฒนาไปตามยุคเพื่อให้ผู้คนได้ค้นคว้า สำหรับผมมันอาจจะเป็นเรื่องธรรมดาแต่สำหรับผู้ที่เชื่อเรื่อง ไสยศาสตร์ จิตและวิญาณมันอาจจะดูเป็นจริงเป็นจัง แต่ผมพูดได้ว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้น มันมิสามารถทำอะไรใครได้ถ้าเรา”มั่นใจในตัวเราว่า “เชื่อหรือไม่เชื่อ” มันทำให้กว่า40ปีของผมรอดมาได้ทุกครั้งจนมาถึงวันนี้ มาถ่ายทดดเรื่องราวต่างๆให้ผู้คนยุคแห่งศัสตวรรษใหม่ได้ทราบ บางครั้งมันอาจเป็นเรื่องตลกแบบน้ำตาไหลเลยทีเดียว

ดังนั้นเมื่อจบเรื่องราวในสิ่งที่รู้แล้วมันอาจช่วยได้ในบางครั้ง และอาจช่วยไม่ได้ในบางครั้ง เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า อย่างที่บอก ”ป่าเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความรู้และลึกลับ” ขึ้นอยู่กับผู้คนว่าเมื่อเข้าไปแล้วชีวิต ณ ตรงนั้นจะสัมผัสกับมันอย่างไรและจะแก้ใขอย่างไร ทั้งหมดที่รู้ในนี้มันคือแนวทางของคนๆหนึ่งเท่านั้นที่เจอมาและแก้ใขด้วยตัวเอง ตามวิถีของตนเอง จึงเรียกตัวเองว่า”คนย่ำป่า”

ที่เป็นเช่นนี้เพราะชีวิตที่เกิดมานั้นอยู่กับป่าแต่มิใช่ชาวป่า หากแต่กลับ ชีวิตในวัยเด็กนั้น เติบโตมาท่ามกลางป่าที่ซุกซ่อนอยู่ในเมืองกรุง จะมีสักกี่คนที่รู้ว่ากลางเมืองกรุงในอดีตมันมีป่า มีชีวิตของสรรพสัตว์มากมาย ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ ช้าง เสือ(เสือตัวใหญ่) กระทิง แรด แต่ที่ๆผมอยู่มันกลับมีชีวิตของป่าและสัตว์ต่างๆมากมาย ที่สามารถสร้างเรื่องราวให้เราได้จดจำไว้ เพราะในปัจจุบันนี้ สิ่งที่กล่าวมามันสูญไปแล้ว สูญไปกับความเจริญ มันมิได้สูญไปเพราะการ “ฆ่าฟัน” แต่มันกลับยังคงดำรงค์ไว้ในความทรงจำของเราและทำให้อยากถ่ายทอดสู่ผู้คนในปัจจุบันได้ทราบเท่านั้นเองว่า ป่ามันมีทุกที่ และป่านี่แหละที่ถูกคนทำลายทุกที่ไป แม้กระทั่งป่าในจิตใจของเราผู้คนก็อาจเข้ามาทำลายได้เช่นกัน

นั่นคือป่าในวัยเด็ก แต่เมื่อโตขึ้นมาเรื่องราวของป่าก็ยังคงวนเวียนอยู่กับชีวิตของผม แต่ตรงนี้มันเป็น”ป่าของคนทั้งประเทศ” ที่ผมใช้ชีวิตกว่าครึ่งที่โตมาเข้าไปสัมผัส สัมผัสโดยตรง คือต้องรักษามันไว้ให้ได้(ชีวิตที่มีตอนนั้น) และจากนั้นมันกลับเปลี่ยนแปลงไป มันเปลี่ยนไปเป็น ตรงนั้นเราต้องถ่ายทอดออกมาให้ได้ว่าป่าเป็นเช่นไร มีอะไรที่เป็นการแก้ข้อกังขาของผู้คนได้บ้าง มีอะไรที่ถ่ายทอดไปแล้วเป็นประโยชน์และความรู้ให้กับผู้คนได้บ้าง ในเรื่องของป่าและชีวิตของป่า บางครั้งแทบต้องเอาชีวิตเข้าแลกเลยทีเดียว

หลังจากนั้น10ปีเรื่องราวของป่าที่วนเวียนในชีวิตก็เปลี่ยนไป แต่การถ่ายทอดยังคงมีเหมือนเดิม แต่แตกต่างกันตรงที่เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของวิถีชีวิตผู้คนที่อยู่กับป่า ผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือจากผู้คนในยุคศตวรรษใหม่ ตรงนี้เองที่ทำให้เรื่องราวของป่าในชีวิตเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปจากผจญภัยโลดโผน มาเป็นความรู้สึกและร่วมรับผิดชอบต่อป่าและผู้คนที่อยู่กับป่า

ทั้งหมด40กว่าปีของความเปลี่ยนแปลงแห่งป่าในชีวิตมันจึงมีเรื่องราวมากมายที่สามารถนำออกมาเล่าขานกันได้ ถึงแม้ว่ามันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตก็ตาม แม้ว่าในชีวิตที่มีอยู่ในป่าทุกวันของผม มันมีเรื่องราวแทบทุกวัน

สุดท้าย เรื่องราวทั้งหมดในนี้ในบางเรื่องเท่านั้นที่จะนำไปถ่ายทอดให้ลูกหลานฟังได้ บางเรื่องอาจนำไปเป็นข้อเปรียบเทียบและสั่งสอนผู้คนได้ แต่บางเรื่องเมื่อทราบแล้วเก็บไว้คนเดียวก็ได้ หรือดัดแปลงบ้างให้เป็นเรื่องเล่าสู่กันฟังเพื่อความสนุกได้ไม่สงวน แต่บางเรื่องห้ามเด็ดขาด ห้ามทำตาม เพราะมันเป็นความสามารถส่วนตัวเท่านั้น และถ้าทำตาม มันอาจจะไม่เกิดผลอย่างที่เล่ามาก็ได้

ดังนั้นเค้าถึงเรียกผมว่า “คนย่ำป่า” ไงละครับ

โอม-อัครวุฒิจันทร์ขจร


fiogf49gjkf0d

 
หน้าแรก | สมัครสมาชิก | LOGIN | LOGOUT | เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว | ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา(Contact Us) | ติดต่อโฆษณา | ตลาดนัดซื้อขาย
แจ้งปัญหาหรือขอคำปรึกษาการใช้ website หรือติดต่อประสานงานกิจกรรมออฟโรด:::>>> อีเมล์ webmaster@ThailandOffroad.Com หรือ ติดต่อเรา(Contact Us)
CopyRight©ThailandOffroad.Com April,2006 ViewMyStats Truehits.net     วันเสาร์,18 พฤศจิกายน 2560  (Online 610 คน)  facebook.com/WeekendHobby