ความดันโลหิตสูง
RedMachine067
จาก Red Machine 067
125.24.117.111
อังคารที่ , 24/2/2552
เวลา : 20:29

อ่านแล้ว = 4751 ครั้ง
แจ้งตรวจสอบกระทู้ แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       ความดันโลหิตเกิดขึ้นได้อย่างไร...
หัวใจของเราทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย ทำให้เกิดความดันโลหิตขึ้นในหลอด
เลือดแดง ความดันโลหิตแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่:
ความดันโลหิตตัวบน (systolic blood pressure:SBP) ซึ่งเป็นความดันโลหิตที่เกิด
ขึ้นในขณะที่หัวใจบีบตัวเพื่อนำเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย
ความดันโลหิตตัวล่าง (diastolic blood pressure:DBP) ซึ่งเป็นความดันโลหิตที่เกิด
ขึ้นในขณะหัวใจคลายตัวเลือด จะไหลกลับเข้าไปในหัวใจอีกครั้ง
ค่าความดันโลหิตที่วัดได้คือ แรงดันของเลือดที่ปะทะกับผนังหลอดเลือด ดังนั้นจึงมี
อีกปัจจัยหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องนั่นคือความแข็งแรงของหลอดเลือด หากผนังของหลอดเลือดมี
ความแข็งมาก ค่าแรงดันของการปะทะก็จะสูง แต่หากผนังหลอดเลือดยืดหยุ่นรองรับแรงปะทะ
ได้มาก ค่าแรงดันก็จะต่ำ

ค่าความดันโลหิตที่เหมาะสมควรจะเป็นอย่างไร...
เมื่อได้ค่าความดันโลหิตทั้งสองตัวมาแล้ว เราจะทราบได้อย่างไรว่าค่าที่ได้นั้นสูงหรือ
ต่ำกว่ามาตรฐาน ตารางด้านล่างนี้จะทำให้เราสามารถเปรียบเทียบได้ทันที





โรคความดันโลหิตสูงควรรักษาแต่เนิ่นๆ...
ที่ผ่านมาการรักษาความดันโลหิตสูงจะเริ่มรักษากันจริงจังเมื่อพบว่าความดันโลหิตสูง
อยู่ในระดับปานกลางขึ้นไป ถ้าความดันโลหิตสูงเล็กน้อย หลายๆ ท่านทั้งผู้ป่วยและคุณหมอ
ผู้รักษาจะดันทุรังไม่รักษา จะรอจนกว่าสูงถึงระดับมีความเสี่ยงหรือมีโอกาสเสียชีวิตแน่ถึงเริ่ม
รักษากัน โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตระหว่าง 120~139/ 85~89 มม.ปรอท มักจะได้รับ
คำตอบจากคุณหมอว่าความดันโลหิตยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่จากรายงานล่าสุดของ The
seven report of the joint national committee on prevention, detection, evaluation
and treatment of high blood pressure (JNC7) ที่ตีพิมพ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2546 พบว่า
ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะถูกเรียกว่ากลุ่มเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง ซึ่งมีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูงใน
อนาคตมากถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่มีความดันโลหิตที่เหมาะสม ดังนั้น การรักษานั้นควร
เริ่มตั้งแต่รู้ว่าความดันโลหิตมีทีท่าจะสูงขึ้น

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงมีอะไรบ้าง...
เชื้อชาติ เชื้อชาติมีส่วนสัมพันธ์กับโรคความดันโลหิตสูง ส่วนประเทศไทยพบ
ประชากรเป็นความดันโลหิตสูงประมาณ 15-30%
พันธุกรรม ถึงแม้ว่าความดันโลหิตสูงไม่ใช่เป็นโรคที่สืบทอดทางพันธุกรรม แต่
พันธุกรรมมีผลต่อปัจจัยที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง เช่น พันธุกรรมมีผลต่อน้ำหนักตัวและน้ำ
หนักตัวที่เพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดความดันโลหิตสูง เป็นต้น
เพศ ในวัยรุ่นจะพบภาวะความดันโลหิตสูงในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แต่เมื่ออายุเกิน
50 ปีขึ้นไปจะพบภาวะความดันโลหิตสูงในผู้หญิงมากกว่า เนื่องจากวัยทองทำให้ฮอร์โมนใน
ผู้หญิงเปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงการกินยาคุมกำเนิดด้วย
อายุ พบภาวะความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
ความเครียด ส่งผลต่อระดับของความดันโลหิต
อาหาร มีผลต่อระดับความดันโลหิตโดยเฉพาะอาหารที่มีส่วนประกอบของโซเดียม
หรือเกลือในปริมาณมาก
น้ำหนัก น้ำหนักที่เกินส่งผลต่อความดันโลหิต ทุก 5 กิโลกรัมที่เพิ่มขึ้นบนตาชั่งหมาย
ถึงความดันโลหิตที่เพิ่มสูงขึ้น 5 มม.ปรอท
ขาดการออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะช่วยควบคุมน้ำหนักตัว จึงส่งผลต่อระดับ
ความดันโลหิต
การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ เหล้า เบียร์ ไวน์ ต่างมีผลต่อความดันโลหิต
ทั้งสิ้น





ความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ...
คนทั่วไปมักจะเข้าใจผิดว่า คนที่เป็นความดันโลหิตสูงจะต้องเป็นผู้สูงอายุหรือมีอาการ
ปวดศีรษะ มึนศีรษะ แต่จริงๆ แล้วความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่จะเริ่มเป็นในอายุประมาณ 35 ปี
และไม่มีอาการใดๆ แต่มักจะตรวจพบโดยบังเอิญขณะไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาโรคอื่น
ซึ่งจะมีส่วนน้อยที่อาจมีอาการปวดมึนท้ายทอย ตึงที่ต้นคอหรือวิงเวียนศีรษะตอนตื่นนอน
พอสายๆ็ ก็จะทุเลาไปเองหรือปวดศีรษะตุบๆ แบบไมเกรน ในรายที่เป็นนานๆ หรือความดัน
โลหิตสูงมากๆ อาจมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น นอนไม่หลับ ตามัว มือเท้าชาหรือ
เลือดกำเดาไหล

ภาวะแทรกซ้อนของความดันโลหิตสูงมีอะไรบ้าง...
หลายๆ คนอาจคิดว่าในเมื่อความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่ไม่มีอาการและผู้ป่วยส่วนใหญ่
ก็รู้สึกสบายดีเฉกเช่นคนปกติทั่วไปไม่เห็นจะต้องวิตกกังวลอะไรเลย แต่จริงๆ แล้วความดัน
โลหิตสูงจะคอยทำลายชีวิตผู้คนอย่างเงียบๆ ทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายเสื่อมลงและเกิด
ความผิดปกติต่ออวัยวะสำคัญด้วยภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง ดังนี้:
หัวใจ ทำให้หัวใจโต หลอดเลือดหัวใจตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายและภาวะหัวใจวาย
สมอง ความจำเสื่อม สมาธิสั้น หลอดเลือดสมองตีบหรือแตกจนกลายเป็นอัมพฤกษ์
อัมพาต ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
ไต อาจเกิดภาวะไตวายเรื้อรัง ซึ่งยิ่งจะทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นอีกกลายเป็น
วงจรเลวร้ายที่ส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน
ตา ทำให้ประสาทตาเสื่อมลง ตาจะมัวลงเรื่อยๆ จนตาบอดได้
หลอดเลือด เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งหรืออุดตัน
นอกจากนี้ ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มีโรคอื่นร่วมด้วย เช่น เบาหวาน ภาวะไขมันใน เลือดสูงหรือการสูบบุหรี่ดื่มแอลกอฮอล์จัดก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้เร็วขึ้น

อาหารรสเค็มทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างไร...
เมื่อเราทานอาหารที่มีรสเค็มจัดจะทำให้ปริมาณเกลือในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกลือ
หรือโซเดียมจะไปเพิ่มปริมาณน้ำในกระแสเลือด ทำให้มีปริมาณเลือดเพิ่มมากขึ้น หัวใจจึงต้อง
เพิ่มแรงดันในการผลักเลือดออกไปสู่หลอดเลือดแดงใหญ่ แต่ขณะเดียวกัน เมื่อร่างกายตรวจ
พบว่ามีปริมาณเลือดเข้ามาในหลอดเลือดมากเกินไปก็จะหลั่งสารบางชนิดออกมาเพื่อให้หลอด
เลือดตีบลง เพราะหากปล่อยให้เลือดเข้าไปในอวัยวะในปริมาณที่มากผิดปกติ อาจมีอันตราย
ต่ออวัยวะนั้นๆ ได้ ผลกระทบจากกระบวนการทั้งหมดนี้คือ ความดันโลหิตที่เพิ่มสูงขึ้นนั่นเอง

สาเหตุความดันโลหิตสูงในทัศนะการแพทย์จีน...
ภาวะหยางในตับลอยขึ้นไปกระทบที่ศีรษะ
ในตับและไตมีทั้งหยินและหยาง โดยปกติหยางหรือความร้อนในตับต้องไปที่ไตและ
ไตต้องส่งหยินหรือความเย็นในไตไปหล่อเลี้ยงตับเพื่อไม่ให้ตับรุ่มร้อนเกินไป แต่ถ้าไตเสื่อมลง
ตามวัยหรือมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ไตก็ไม่สามารถส่งหยินไปหล่อ
เลี้ยงตับได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้ความร้อนในตับมีมากเกินไปจนลอยขึ้นไปกระทบที่ศีรษะ
ภาวะเช่นนี้ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติที่ความร้อนต้องมีการลอยตัวขึ้นสู่ที่สูงจะทำให้
เกิดสารพัดอาการ เช่น เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หูอื้อ หน้าแดง ปากขม อารมณ์หงุดหงิด โมโห
ง่าย ขี้หลงขี้ลืม อุจจาระแข็งหรือท้องผูก แขนขาเหน็บชา ลิ้นแข็งหรือพูดอ้อแอ้ เป็นต้น
อนึ่ง เมื่อตับมีหยางหรือความร้อนมากเกินไปก็จะสร้างโคเลสเตอรอลในปริมาณมาก
เกินควร ทำให้ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดสูงเกินไปทั้งๆ ที่มีการควบคุมอาหารและออกกำลัง
กายแล้วก็ตาม เนื่องจากโคเลสเตอรอลในร่างกาย 80% ขึ้นไปสร้างมาจากตับ ภาวะเช่นนี้จะเร่ง
ให้หลอดเลือดแดงมีอาการแข็งและตีบมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่ออัมพฤกษ์ อัมพาต

ภาวะเลือดเหนียวหนืดและจับตัวเป็นลิ่ม
ระบบการไหลเวียนของเลือดต้องอาศัยพลังชี่หรือพลังลมปราณ จากไตเป็นแรง
ผลักดัน เมื่อไตเสื่อมลงตามวัย พลังชี่ก็จะอ่อนลงไปด้วย ทำให้เลือดและพลังไหลเวียนช้าลง
เลือดก็จะเหนียวหนืดและจับตัวเป็นลิ่มกีดขวางทางเดินของเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดขาด
ความยืดหยุ่น ส่วนภาวะหยางหรือความร้อนในตับมีมากเกินไปก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่จะเร่งให้
เลือดจับตัวเป็นลิ่มด้วย เมื่อความร้อนในตับมีมากจนถึงขั้นรุนแรงก็จะเกิดลมในตับ ซึ่งจะ
นำพาลิ่มเลือดขึ้นไปอุดตันหลอดเลือดสมองจนกลายเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งเป็นภาวะแทรก
ซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

วิธีการบำบัดแบบองค์รวมของการแพทย์จีน...
หากพูดถึงยาควบคุมความดันโลหิตหลายๆ คนคงจะนึกถึงยาขับปัสสาวะ ถึงแม้ว่ายานี้
เป็นยาพื้นฐานในการรักษาความดันโลหิตสูงของการแพทย์ตะวันตกก็ตาม แต่อาจไม่ใช่ทาง
ออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยในระยะยาว เนื่องจากอาจมีผลกระทบต่อการทำงานของไตทำให้
ระดับน้ำตาล ไขมันและกรดยูริกในเลือดสูงขึ้น ที่สำคัญคือเป็นเพียงยาควบคุมและมิได้หยุดยั้ง
การลุกลามของโรค ผู้ป่วยจึงอาจต้องใช้ไปตลอด ดังนั้น การแพทย์จีนจึงนิยมหันมาใช้วิธีบำบัด
แบบองค์รวมโดยปรับความสมดุลของร่างกายเพื่อรักษาต้นเหตุของความดันโลหิตสูง โดยใช้
วิธีบำบัดแบบองค์รวมดังนี้:

ทำความสะอาดและทะลวงหลอดเลือด สลายลิ่มเลือดและไขมัน ทำให้หลอดเลือด
โล่งสะอาด จึงป้องกันและบำบัดโรคที่พบบ่อยในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เช่น หลอดเลือดหัวใจตีบ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น
บำรุงไตเพื่อให้หยิน-หยางในไตเกิดความสมดุล ไตจึงสามารถส่งหยินหรือความเย็น
ในไตไปหล่อเลี้ยงตับได้อย่างเพียงพอ เพื่อมิให้ตับรุ่มร้อนเกินไปซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของ
ความดันโลหิตสูง และเมื่อตับอยู่ในภาวะสมดุลก็จะมีการสร้างโคเลสเตอรอลในปริมาณที่เหมาะ
สม และในขณะเดียวกัน เมื่อไตแข็งแรงขึ้น พลังชี่หรือพลังลมปราณซึ่งเป็นแรงผลักดันของ
เลือดก็จะสมบูรณ์ขึ้น ระบบการไหลเวียนของโลหิตจึงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สารพัดอาการและโรคแทรกซ้อนต่างๆ ที่เกิดจากความดันโลหิตสูงหรืออาการปวด แน่น จุกเสียดหน้าอก หายใจไม่สะดวก มึนศีรษะ แขนขาอ่อนแรง ลิ้นชา พูดไม่ชัด ตามัว กลืน
อาหารลำบากหรือเดินเซเหมือนคนเมาเหล้าจึงค่อยๆ ทุเลาลง









 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย


 



เพื่อความปลอดภัยในการนำเสนอข้อมูลของผู้ใช้ Thailandoffroad.Com สมาชิกเท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ และ ตอบคำถามได้ครับ
สำหรับท่านที่สมัครสมาชิกแล้ว Login Click ที่นี่
สำหรับท่านที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิก สมัครสมาชิก Click ที่นี่


หน้าแรก | สมัครสมาชิก | LOGIN | LOGOUT | เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว | ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา(Contact Us) | ติดต่อโฆษณา | ตลาดนัดซื้อขาย
แจ้งปัญหาหรือขอคำปรึกษาการใช้ website หรือติดต่อประสานงานกิจกรรมออฟโรด:::>>> อีเมล์ webmaster@ThailandOffroad.Com หรือ ติดต่อเรา(Contact Us)
CopyRight©ThailandOffroad.Com April,2006 ViewMyStats Truehits.net     วันศุกร์,18 เมษายน 2557  (Online 7399 คน)