ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ของ JEEP
 (28/4/2549)


ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ของ JEEP

ระบบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ มิใช่เพื่อช่วยให้สามารถขับขี่ได้บนเส้นทางวิบากต่างๆกันเท่านั้น ผู้ผลิตรถยนต์บางยี่ห้อติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อถาวร เพื่อช่วยการขับขี่ทั้งบนถนนธรรมดาและเส้นทางวิบาก ในขณะที่ผู้ผลิตบางรายติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อให้สามารถเลือกใช้ได้ทั้งขับขี่ 2 ล้อปกติ และระบบ 4X4 ในทางวิบาก สำหรับ Jeep แล้วบางรุ่นมีให้เลือกทั้ง 2 แบบ

ผู้ผลิตรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ บางรายมีอัตราทดเดียวในระบบ 4X4 เพราะคาดว่าผู้ใช้คงจะไม่ขับขี่ในทางวิบากมากนัก แต่สำหรับ Jeep ผู้กำเนิดรถประเภทนี้ได้ติดตั้งระบบ 4X4 ต่ำ เพื่อให้ใช้ทางวิบากมากๆ ด้วยในรถ Jeep ทุกรุ่น

ระบบเกียร์ 4X4 ในอัตราต่ำจังหวะ Low ทำงานโดยแกนโยกติดตั้งด้านซ้ายของเกียร์การเปลี่ยนการขับเคลื่อนจาก 2 ล้อมาเป็น 4 ล้อ หรือ 4 ล้อจังหวะต่ำ (Low) นั้นทำผ่านห้องเกียร์ 4X4 เรียกว่า Transfer Case ซึ่งติดตั้งต่อจากชุดเกียร์ ซึ่งจะถ่ายทอดแรงไปยังเพลาหน้า/หลัง ในเวลาเดียวกันขณะที่ขับขี่

ในระบบของรถขับเคลื่อน 4 ล้อในปัจจุบันนั้นถูกแบ่งระบบการทำงานออกเป็น 2 ระบบ เพื่อจุดประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน ในระบบขับเคลื่อนทั่วๆไปจะมีระบบขับเคลื่อนเป็นระบบเคลื่อนแบบ 2 ล้อขึ้นอยู่กัลป์ปบผู้ผลิตว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อหน้า หรือ 2 ล้อหลัง การขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อหน้าคือการทำงานของเครื่องยนต์ที่ส่งกำลังไปยังล้อหน้าทั้งซ้ายและขวาเท่านั้น ส่วนการขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อหลังก็เช่นเดียวกัน หากแต่กำลังของเครื่องยนต์จะถูกส่งไปที่ล้อหลังทั้ง 2 ข้าง เช่นกัน

ส่วนระบบในการขับเคลื่อน 4 ล้อนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ระบบ คือ

1. ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ PART TIME
2. ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ FULL TIME

1.1 ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ PART TIME
ในระบบนี้ถือว่าเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อสำหรับรถที่ใช้วิ่งในทางทุรกันดาร โดยระบบนี้ยังถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ PART TIME HI (สัญลักษณ์ 4H) และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ PART TIME LO (สัญลักษณ์ 4L)

ทั้งสองรูปแบบมีการทำงานที่เหมือนกัน คือ เมื่อผู้ใช้ระบบขับเคลื่อนมาอยู่ในตำแหน่ง 4H หรือ 4L เฟืองตัวกลางของห้องเกียร์ขับเคลื่อนเข้าล็อคติดกับห้องเกียร์ปกติ ซึ่งจะทำให้กำลังเครื่องยนต์ถูกแบ่งครึ่งให้ส่งกำลังไปอยู่ที่ล้อคู่หน้า 50% และล้อคู่หลัง 50%

ข้อดี ของระบบ PART TIME คือการนำรถที่มีระบบขับเคลื่อนระบบนี้ไปในทางสมบุกสมบัน ซึ่งโอกาสที่ล้อใดล้อหนึ่งเกิดอุปสรรคล้อที่เหลือก็ยังสามารถหมุน และนำรถให้เคลื่อนต่อไปได้

ข้อควรระวัง เนื่องจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ PART TIME นั้นกำลังของรถยนต์จะถูกแบ่งครึ่งเป็นล้อคู่หน้า 50% และล้อคู่หลัง 50% ดังนั้นการบังคับเลี้ยวหรือการคล่องตัวในการหักเลี้ยวจะด้อยกว่าระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เพราะกำลังของเครื่องยนต์จะกำหนดจำนวนรอบการหมุนของล้อคู่หน้าและล้อคู่หลังให้หมุนในจำนวนรอบที่เท่ากัน ดังนั้นจะเกิดอาการขืนของรถในขณะหักเลี้ยว วงเลี้ยวของรถเมื่อใช้ระบบ PART TIME จะมีรัศมีเลี้ยวที่มากกว่าระบบ 2 ล้อทั่วๆไป

ส่วนข้อแตกต่างระหว่าง PART TIME HI กับ PART TIME LO ก็คือ ในระบบ PART TIME LO นั้นจะมีเฟืองเกียร์อีกชุดหนึ่งเพิ่มเข้ามาเพื่อทำให้อัตราทดของแรงบิดเพิ่มขึ้นทำให้ง่ายต่อการปีนป่ายในทางลาดชันมากๆ หรือในทางสมบุกสมบันมากๆ แต่ความเร็วของรถอาจจะลดลงเหลือความเร็ว 1 ใน 3 ของความเร็วปกติ

1.2 ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ FULL TIME
เป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานบนท้องถนนปกติ มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน โดยเฉพาะเมื่อใช้ความเร็วสูง บนทางโค้ง หรือทางที่เปียกลื่น การทำงานของระบบนี้จะแตกต่างจากระบบ PART TIME โดยสิ้นเชิง ในระบบ FULL TIME นี้กำลังของเครื่องยนต์จะถูกส่งไปที่ล้อคู่หน้าและล้อคู่หลัง ไม่คงที่เหมือนระบบ PART TIME หากแต่อัตราส่วนของกำลังที่ถูกส่งไปที่ล้อคู่หน้าและล้อคู่หลังจะขึ้นอยู่กับอัตราส่วนแรงเสียดทานระหว่างล้อคู่หน้ากับล้อคู่หลัง เมื่อล้อคู่ใดมีแรงเสียดทานมากกว่า กำลังของเครื่องจะถูกถ่ายไปหาล้อคู่ที่มีแรงเสียดทานน้อยกว่า ตัวอย่างเช่น ในกรณีที่รถวิ่งในทางปกติ กำลังของเครื่องจะถูกส่งไปยังล้อคู่หน้า 50% และล้อคู่หลัง 50% เนื่องจากในการวิ่งทางตรงนั้น ล้อคู่หน้ากับล้อคู่หลังมีอัตราแรงเสียดทานที่เท่ากันต่อจากนั้นเมื่อคุณหักเลี้ยว ล้อคู่หน้าจะมีแรงเสียดทานมากกว่าล้อคู่หลังทันที อัตราการส่งกำลังของเครื่องยนต์ก็จะส่งไปที่ล้อคู่หน้าน้อยลง และไปเพิ่มที่ล้อหลังเมื่อคุณหักเลี้ยว ล้อคู่หน้าอาจจะมีกำลังเหลือ 40% หรือ 30% หรือน้อยกว่าล้อหลัง ล้อหลังก็จะมีกำลังเพิ่มเป็น 60% หรือ 70 % หรือ มากกว่า

ข้อดี เนื่องจากอัตราส่งกำลังไม่ได้ถูกแบ่งครึ่งตายตัวเหมือนระบบ PART TIME ดังนั้นปัญหาเรื่องวงเลี้ยวกว้างกว่าปกติจึงไม่เกิดขึ้น จึงสามารถใช้งานบนท้องถนนปกติได้ มีความคล่องตัวเหมือนรถขับเคลื่อน 2 ล้อโดยทั่วไป อีกทั้งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อวิ่งบนทางโค้งหรือคดเคี้ยวและลื่น การเกาะถนนจะมั่นคงและแน่นอนกว่าระบบขับเคลื่อน 2 ล้อทั่วไป

ข้อควรระวัง การนำรถที่มีระบบขับเคลื่อนแบบ FULL TIME ไปใช้ในทางทุรกันดารทางที่สมบุกสมบัน และเมื่อล้อใดล้อหนึ่งเกิดอุปสรรค คือ มีอาการหมุนฟรีเกิดขึ้นโดยเฉพาะล้อหน้าแล้ว กำลังของเครื่องยนต์ก็จะถูกส่งไปที่ล้อที่หมุนฟรีนั้นทั้งหมด เนื่องจากล้อที่หมุนฟรีนั้นไม่มีแรงเสียดทานเลยเมื่อเทียบกับอีก 3 ล้อที่เหลือ ซึ่งอยู่บนพื้นถนนปกติ ทำให้ล้อที่เหลือไม่มีกำลังจะดันรถให้พ้นจากอุปสรรคได้ แตกต่างจากระบบ PART TIME จากตัวอย่างเดียวกัน รถในระบบ PART TIME เมื่อล้อหน้ามรอุปสรรค กำลังจะสูญเสียแค่ล้อหน้า คือ 50% แต่รถยังมีกำลังเหลืออีก 50% ที่ล้อหลังสามารถดันรถผ่านอุปสรรคได้

เรียนรู้การทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

2WD : ระบบนี้การทำงานของรถจะส่งกำลังขับเคลื่อน 100 เปอร์เซ็นต์ ไปที่ล้อหลัง ซึ่งก็คือระบบขับเคลื่อนของรถตามปกติธรรมดานี่เอง การใช้งานจะใช้บนสภาพถนนที่ดีมาก พื้นผิวทางวิ่งแข็งและแห้ง

4WD FULL-TIME : ระบบขับเคลื่อนแบบนี้มีใช้ในรถยนต์นั่ง ระบบส่งกำลังไปยังล้อหน้าและล้อหลังตามอัตราส่วน ซึ่งจะสัมพันธ์กับแรงเสียดทานระหว่างล้อกับพื้นถนน ดังนั้นระบบนี้จึงเป็นระบบที่ให้ความปลอดภัยสูงสุด บนถนนที่เป็นคลื่นทางคดโค้งและการใช้ความเร็วสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ การควบคุมพวงมาลัยและการเบรค

4WD PART-TIME (HI) : ระบบนี้เฟืองตัวกลางจะล็อค ทำให้ระบบส่งกำลังไปที่เพลาขับหน้า 50 เปอร์เซ็นต์ และเพลาขับหลังอีก 50 เปอร์เซ็นต์ เท่าๆกันตลอดการใช้งาน จะใช้เมื่อพบกับสภาพที่เป็นลูกรัง หลุม บ่อ ในระบบนี้สามารถใช้ความเร็วได้ตามปกติ แต่จะต้องมีความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากในระบบนี้การส่งกำลังไปที่ล้อหน้าและล้อหลังจะถูกกำหนดไว้ในอัตราส่วน 50:50 คงที่ จึงทำให้รัศมีวงเลี้ยวกว้างกว่าปกติ

4WD PART-TIME (LOW) : ระบบนี้ขับเคลื่อน 4 ล้อให้พลังแรงบิดสูงสุด เพราะจะมีเฟืองมาทดช่วยเพิ่มอัตราทดให้เร็วสูง ทำให้แรงบิดที่ล้อเพิ่มมากขึ้น โดยจะส่งกำลังไปที่ล้อหน้า 50เปอร์เซ็นต์ และล้อหลัง 50 เปอร์เซ็นต์ เหมาะกับการใช้งานบนเส้นทางที่ทุรกันดาร หลุมลึก โคลน หรือเมื่อต้องการขึ้นที่ลาดชันมาก ไม่ควรใช้ความเร็วเกินกว่า 56 กม. ชม.

JEEPCHEROKEE SPORT 

JEEPCHEROKEE LIMITED 

JEEP GRAND CHEROKEE 

สภาพถนนที่ใช้  

ความเร็ว  

 

วิธีการเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน 

2H

 

 

2H

 

 

4ALL TIME 

ทั่วไป ชีวิตประจำวัน 

สูงสุด 

ไม่ต้องหยุดรถ ไม่จำกัดความเร็ว ในการเปลี่ยน

4H

 

 

4H

 

 

4ALL TIME

 

 

ทางวิบากเล็กน้อย หลุมบ่อเล็กน้อย ลูกรัง

 

 

สูงสุด

 

 

ไม่ต้องหยุดรถ 

 

ไม่จำกัดความเร็ว ในการเปลี่ยน 

 

 

FULL TIME

 

 

4ALL TIME

 

 

ทั่วไป ชีวิตประจำวัน ทางคดโค้ง ทางเปียกลื่น

 

 

สูงสุด

 

 

ไม่ต้องหยุดรถ 

 

ไม่จำกัดความเร็ว 

 

ในการเปลี่ยน 

N

 

 

N

 

 

N

 

 

ใช้ในกรณีลากจูง

 

 

เพลากลางหน้า และหลังจะถูกตัดออกจากระบบเกียร์ 

หยุดรถ 

 

4Lo

 

 

4Lo

 

 

4Lo

 

 

ทางวิบากมาก ลาดชันมาก หล่มโคนลึก

 

 

ความเร็วสูงสุด 56 กม./ชม.

 

 

หยุดรถ เกียร์อัตโนมัติ ตำแหน่ง “N” 

ระบบขับเคลื่อน 4X4 Commard-Trac ติดตั้งกับ Jeep Cherokee Sport 2.5L

 

 

ระบบ 

การขับของเพลา 

 

สภาพถนนที่ใช้ 

จุดเด่น 

2WD

 

 

เพลาหน้า ตัดการเร่งกำลัง เพลาหลัง ขับเคลื่อน

 อัตราการส่งกำลังทั้งหมด  ไปเพลาหลัง 100

ผิวแข็ง ในเมือง ทางไกล ลกความเร็ว  

 

วงเลี้ยวแคบ ให้ความคล่องแคล่ว ประหยัดเชื่อเพลิงเมื่อวิ่งทางไกล  

4WD Part-Time Hi* 

 

เพลาหน้า ขับเคลื่อน 

 

เพลาหลัง ขับเคลื่อน อัตราการส่งกำลังไปยังเพลาหน้าและเพลาหลังเท่าๆกัน 50:50 

ผิวลื่นไม่แข็ง ถนนลูกลัง 

 

ถนนโคลน ทุกความเร็ว ทางวิบาก

 

 

การทรงตัวดีในทางวิบาก เพิ่มประสิทธิภาพของการเบรก 

4WD Part-Time Low*

 

 

เพลาหน้า ขับเคลื่อน 

 

เพลาหลัง ขับเคลื่อน 

 

อัตราการส่งกำลังไปยังเพลาหน้าและเพลาหลังเท่าๆกัน 50:50 โดยมีเฟืองทดกำลังเพิ่ม 2.72 เท่า 

 

ต้องการกำลังฉุดสูง 

 

ถนนลูกรังชื้น 

 

โคลนลึก ลุยน้ำลึก  เขาสูงชัน ความเร็วไม่เกิน 56 กม./ชม. 

 

ให้กำลังฉุดลากสูงสุด 

 

กำลังในการไต่สูงสุด 

 

ใช้ Engine Brake ในการไต่ลงเขาได้สูงสุด 

 

ลุยโคลนลึก ขึ้นเขาสูงชัน  

*ระบบ Shift-on-the-fly สามารถเปลี่ยนระบบการขับเคลื่อนระหว่าง 2WD / 4WD Part-Time Hi ได้ทุกระดับความเร็ว

 

 

 

 

ระบบขับเคลื่อน 4X4 ของ Jeep Cherokee Limited 4.0L
มีชื่อว่าระบบ Selec-Trac ซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้
- สามารถเลือกใช้ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) หรือ 4 ล้อ FULL-TIME และ 4 ล้อ PART-TIME HIGH ในลักษณะ SHIFT ON THE-FLY ขณะที่ขับขี่โดยไม่จำกัดความเร็ว โดยจะไม่ทำให้ระบบเกียร์หรือชิ้นส่วนต่างๆเสียหาย หรือสึกหรอ
- เลือกใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ PART-TIME LOW ในสภาพวิบากที่ต้องการแรงฉุดมากๆ เช่น ในบ่อโคลน ทางชัน สูงๆ เป็นต้น
- คันโยกเกียร์ 4X4 โยกเปลี่ยนได้ง่าย
- มีไฟสัญญาณเตือน บอกการเข้าเกียร์ 4X4 PART-TIME และ FULL-TIME
- มีระบบเกียร์ FULL-TIME ช่วยในการขับขี่ในทางปกติหรือทางลื่น ทางชัน คดเลี้ยว และทาง OFF-ROAD สมรรถนะปลอดภัยยิ่งขึ้น เพราะรถยนต์จะเกาะถนนทรงตัวดีขึ้น
- สามารถเลือกใช้ 4X4 ในระบบ FULL-TIME ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องโยกคันเกียร์มาที่ 2WD (ขับ 2 ล้อ) เพราะในระบบ Selec-Trac การขับขี่ 4 ล้อ FULL-TIME มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเท่ากับการขับขี่ 2 ล้อ และไม่มีผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้นต่อการสึกหรอของกลไกและอุปกรณ์ต่างๆ ของระบบขับเคลื่อน

ลักษณะการใช้เกียร์ 4X4

 

ตำแหน่ง

 

สี

 

การใช้งาน

 

2WD

 

เขียว

 

ใช้ขับขี่บนถนนปกติ-ขับเคลื่อน 2ล้อหลัง

 

4 Part-Time

 

สีส้ม

 

ขับเคลื่อน 4 ล้อใช้ในทางวิบากเท่านั้น

 

4 Full-Time

 

เขียว

 

ขับขี่ถนนปกติ ทางลื่น ทางชัน และทางวิบากเล็กน้อย ขับเคลื่อน 4 ล้อ

 

N

 

เขียว

 

ว่าง ปลดระบบเกียร์ 4X4 ใช้สำหรับลากจูง

 

4 Lo

 

สีส้ม

 

ขับเคลื่อน 4 ล้อ ใช้ในทางวิบากมาก ที่ต้องการแรงฉุดมากๆ

 

อัตราทดเกียร์ 4WD
เกียร์ 4X4 Full-Time และ Part-Time High 1:1 P art-Time Low 2.72:1
* เฉพาะระบบ Selec-Trac รถ Jeep Cherokee Limited 4.0L เท่านั้น

ระบบขับเคลื่อน 4X4 Quadra – Trac

(ติดตั้งกับรถ Jeep Grand Cherokee ปี 1997 รุ่น Laredo และ Limited)
ระบบเกียร์ Quadra – Trac ในรถ Jeep Grand Cherokee เป็นระบบเกียร์ 4X4 ซึ่งมีระบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ Part-Time และ Full-Time สูง-ต่ำ แต่ที่พิเศษกว่าคือเกียร์ 4 ล้อ Quadra – Trac จะเปลี่ยนการส่งกำลังจาก 2 ล้อเป็น 4 ล้อ Full-Time และสี่ล้อ Part-Time จังหวะสูงได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งสำหรับเกียร์ระบบนี้อาจเรียกว่า 4WD On Demand

ระบบเกียร์ 4X4 Quadra – Trac ทำให้ผู้ขับขี่ Jeep Grand Cherokee หมดความกังวลและสะดวกสบายในทุกสภาพถนน โดยในสถานการณ์ปกติบนทางเรียบระบบส่งกำลังไปแค่ 2 ล้อหลัง แต่เมื่ออยู่บนเส้นทางที่ต้องการประสิทธิภาพในการเกาะถนนมากขึ้น ห้องเกียร์จะเปลี่ยนจาก 2 ล้อ เป็น 4 ล้อ Full-Time ทันที หรือถ้าเข้าสู่ทางวิบากหรือเส้นทางที่ต้องการแรงส่งไปยังล้อทั้ง 4 มากขึ้น อุปกรณ์ VISCUS COUPLING จะล็อคเพลาขับท่อนหน้าและหลังเป็นระบบ Part-Time High สัดส่วนของแรงที่แบ่งไปยังส่วนหน้าและหลัง สามารถแปรผันไปตามสภาพการใช้งานซึ่งอาจจะเป็นกำลังส่งหน้า 20% หลัง 80% ,หน้า 30% หลัง 70%, หรือ หน้า 40% หลัง 60% ฯลฯ ตามสภาพของล้อหน้าและล้อหลัง ว่าด้านไหนมีแรงในการเกาะถนนมากกว่ากัน ทำให้มีแรงการขับเคลื่อนที่สมดุลและมีประสิทธิภาพ

ส่วนในกรณีที่ต้องการแรงบิดมากๆ เช่นขึ้นทางชัน ขึ้นจากหล่มโคลน/ทราย ก็มีระบบ 4 ล้อ Part-Time Low ใช้สถานการณ์นี้ เมื่อเข้าเกียร์ 4WD Low รถจะมีแรงฉุดลากมาก ทำให้ฝ่าสถานการณ์ที่วิบากมากๆได้

คุณลักษณะของระบบ 4 ล้อ Quadra – Trac
ประกอบด้วย
- ระบบขัยเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ (2WD/Full – Time/Part – time High) On Demand
- ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Low ชั่วคราว
- ตำแหน่งเกียร์ 4 ล้อ 3 ตำแหน่ง
1. 4WD All-Time ( 2ล้อ / 4ล้อ On Demand – อัตโนมัติ)
2. N เกียร์ว่างใช้สำหรับลาก-จูง
3. 4WD Low เป็นการขับเคลื่อน 4 ล้อชั่วคราว
- อุปกรณ์ VISCUS COUPLING ทำหน้าที่ล็อคเพลา หน้า- หลัง อัตโนมัติและส่งแรงไปยังล้อเมื่อมีอาการเริ่มจะหมุนฟรี
- เฟืองเกียร์ชนิด Hilical Planetary ช่วยลดเสียง
- ลูกปืนเพลาชนิด Needle และ Ball แข็งแรง ทนทาน


ระบบขับเคลื่อน 4X4 Quadra –Drive

(ติดตั้งกับรถ Jeep Grand Cherokee ใหม่ รุ่นปี 2000)
ในระบบ Quadra –Drive ของ Jeep Grand Cherokee นั้นจะรวมเอาระบบขับเคลื่อน 2 ล้อปกติ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-Time และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part-Time Hi มารวมไว้ในตำแหน่งเกียร์ขับเคลื่อน 4WD ALL TIME
การทำงานของตำแหน่งเกียร์ 4WD ALL TIME จะทำหน้าที่ปรับเปลี่ยนระบบการขับเคลื่อนระหว่างระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ระบบการขับเคลื่อนหลังแบบ Full-Time และระบบขับเคลื่อนหลังแบบ Part-Time Hi โดยอัตโนมัติ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวถนนที่รถกำลังขับเคลื่อนอยู่ในขณะนั้น โดยผู้ขับไม่ต้องกังวลกับการตัดสินใจในการเลือกระบบขับเคลื่อน

ข้อดีอีกอย่างของระบบ Quadra –Drive คือการติดตั้งอุปกรณ์ที่เรียกว่า Vari-Lok ที่เฟืองท้ายและเฟืองหน้า โดย Vari-Lok ในเฟืองหน้า จะทำหน้าที่ถ่ายกำลังระหว่างล้อหน้าซ้ายและขวา ในกรณีที่ล้อหน้าด้านใดด้านหนึ่งมีอาการหมุนฟรี Vari-Lok จะทำหน้าที่ดึงกำลังจากล้อด้านที่มีอาการหมุนฟรีไปสู่ล้ออีกด้านที่มีสถานภาพในการเกาะถนนที่ดีกว่า Vari-Lok ที่ติดตั้งในเฟืองท้ายก็จะทำงานเช่นเดียวกัน โดย Vari-Lok ในเฟืองหลังจะทำหน้าที่ปรับกำลังระหว่างล้อหลังด้านซ้ายและขวา

ดังนั้น จากระบบ Quadra –Drive ใน Jeep Grand Cherokee ปี 2000 หากผู้ขับประสบกับภาวะถนนที่เปียกลื่น จนกระทั่งมีล้อที่สัมผัสกับผิวถนนที่ดีที่สุดเพียงล้อเดียว ระบบ Quadra –Drive จะปรับเปลี่ยนระบบการขับเคลื่อน โดยการถ่ายกำลังไปหาคู่ล้อที่สัมผัสกับผิวถนนดีที่สุด และ Vari-Lok ก็จะดึงกำลังทั้งหมดไปหาล้อที่ผิวสัมผัสดีที่สุด ทำให้รถเคลื่อนที่ต่อไปได้

ส่วนในทางขับเคลื่อนในทางวิบากมากๆ เช่น ทางลาดชันมาก ทางโคลนลึก หรือทางทรายร่วนมากๆ ผู้ขับขี่ก็สามารถเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนหลังแบบ Part-Time Lo เพื่อให้รถมีแรงบิดมากขึ้นได้เองตามต้องการ

การใช้งาน : ตำแหน่ง
4WD ALL TIME : เกียร์ 4WD On Demand ใช้ในการขับขี่ปกติ บนถนนแห้ง ถนนลื่นหรือทาง วิบาก Off-road ระบบ 4X4 ทำงานอัตโนมัติ ในระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ/ 4ล้อ Full-Time/Part-Time High และจ่ายแรงไปยังส่วนหน้าและหลังเท่าๆกัน
N : เข้าตำแหน่งนี้ เมื่อต้องการลาก-จูง
4WD Low : เป็นการขับเคลื่อน 4 ล้อแบบชั่วคราว ใช้ในทางวิบากมากๆ ต้องการแรงฉุด/ลาก สูง เข้าเกียร์นี้เมื่อจอดรถสนิท หรือเคลื่อนตัวไม่เกิน 5 กม./ชม.

จากรูป1 จะเห็นว่า เมื่อล้อหน้าหลังขวาติดหล่มระบบ Quadra –Drive จะส่งกำลังไปยังล้อที่อยู่อีกด้าน ทำให้รถมีกำลังเคลื่อนออกจากอุปสรรคได้โดยสะดวก
จากรูป2 ในกรณีที่ล้อทั้ง 3 ติดหล่ม ระบบ Quadra –Drive สามารถส่งกำลัง 100% ไปยังล้อที่มี Traction มากที่สุด ทำให้รถเคลื่อนตัวออกจากอุปสรรคได้เพียงล้อเดียว
ระบบ Vari-Lok ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quadra –Drive ติดตั้งอยู่ที่เพลาหน้าและหลัง จะทำการส่งกำลังไปยังล้อที่มี Traction มากที่สุด ภายในระยะเวลาเพียงเสี้ยววินาทีด้วยระบบกลไกที่ชาญฉลาด ทำให้รถแกรนด์เชโลกีใหม่ สามารถเคลื่อนตัวผ่านอุปสรรคไปได้ถึงจะมีเพียงล้อเดียวที่มี Traction ก็ตาม


Jeep Unity Club ขอขอบคุณ ข้อมูลโดย

 
หน้าแรก | สมัครสมาชิก | LOGIN | LOGOUT | เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว | ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา(Contact Us) | ติดต่อโฆษณา | ตลาดนัดซื้อขาย
แจ้งปัญหาหรือขอคำปรึกษาการใช้ website หรือติดต่อประสานงานกิจกรรมออฟโรด:::>>> อีเมล์ webmaster@ThailandOffroad.Com หรือ ติดต่อเรา(Contact Us)
CopyRight©ThailandOffroad.Com April,2006 ViewMyStats Truehits.net     วันอาทิตย์,23 พฤศจิกายน 2557  (Online 43283 คน)