เรื่องเกี่ยวกับ Sensor
 (6/1/2549)

เรื่องเกี่ยวกับ Sensor ตอนที่ 1

เซ็นเซอร์ ต่าง ๆ ที่ใช้ในการควบคุมระบบทำงานต่าง ๆ ของ รถ Jeep มีด้วยกัน 20 กว่าตัว ในตอนที่ 1นี้ผมขอนำเสนอ เพียง 7 ตัวก่อน ซึ่ง 7 ตัวนี้ เป็น Sensor ที่มีอายุการใช้ งาน เนื่องจากต้องทำงานในสภาพแวดล้อม ที่ร้อนจัด ทำให้มีโอกาสชำรุดเสียหายได้ แต่ไม่ต้องกังวลนักนะครับ ว่ารถอะไร มี Sensor ตั้งเยอะ ตั้งแยะ แถมยังเสียได้ และ เสียเมื่อไหร่ เป็นต้องลาก เกือบทุกที จริง ๆ แล้ว รถยนต์ ในยุคใหม่ ๆ นี้ เกือบทุกคัน ทุกยี่ห้อ ล้วนใช้ระบบนี้ ในการควบคุมการทำงานทั้งนั้น เพราะ ทั้งประหยัด และ มีประสิทธิภาพสูง ไม่เปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง แตกต่าง จากระบบการทำงาน ของรถยนต์รุ่น เก่า ๆ ซึ่ง ไม่ใช้ PCM ในการควบคุมการทำงาน และ จ่ายน้ำมัน ด้วยระบบ คาบูรเรเตอร์ และ เกียร์ Manual มีความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่า เครื่องยนต์เดินไม่เรียบในบางครั้ง ต้องมีการ June up เป็นพิเศษ

เซ็นเซอร์ ต่าง ๆ ทั้ง 20 กว่าตัว มีไม่กี่ตัวเท่านั้น ที่เวลาเสียแล้ว ต้องลาก ไปซ่อม แต่ก่อนที่จะเสีย หรือมีปัญหา จะมีสัญญาณบอกเหตุ ให้ท่านได้ทราบก่อน เพื่อนำรถ เข้าอู่ ไปตรวจซ่อม ไม่จำเป็นต้อง ถึงขนาด พก Sensor สำรองไว้ เผื่อต้องเปลี่ยน

(ภาพที่เห็น เป็น Oil Pressure Sensor เมื่อเสียไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทันทีทันใด ให้หา น๊อต ขันอุดไว้ก่อน แล้วค่อยหาซื้อเปลี่ยนทีหลังก็ได้)

ลำดับ รายการ รายละเอียด

1

MAP Sensor (Manifold Absolute Pressure) เซ็นเซอร์ วัดปริมาณอากาศ เป็นเซ็นเซอร์ หลักที่ใช้ป้อนข้อมูลให้กับ PCM ได้รับจาก MAP จะนำไปเป็นข้อมูล เพื่อช่วยควบคุม การจ่ายน้ำมันให้ส่วนผสมอยู่ใน อัตราส่วน 14.7 : 1 ในทุกสภาวะ

หลักการทำงาน

เปลี่ยนแปลงค่าความต้านทานตามแรงดูด ของ Vacuum

วิธีการตรวจเช็ค

ขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน ใช้ Multimeter วัดที่ขั่ว B+ และ A- ค่าโวลต์ที่ได้รับต้องเป็นดังนี้
  • 1.5-2.11 V ที่รอบเดินเบา
  • 3.9-4.8 เหยี่ยบคันเร่งสุด
2 TPS Sensor (Trottle Position) เซ็นเซอร์ลิ้นปีกผีเสื้อ บอกตำแหน่งของลิ้นปีกผีเสื้อ เพื่อให้ PCM ทราบจะได้นำไปใช้ควบคุมอัตรา เร่ง ส่วนผสม น้ำมัน และ อากาศ

หลักการทำงาน

การเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทาน ตามความมาก น้อยของการเปิด / ปิดลิ้นปีก ผีเสื้อ

วิธีการตรวจเช็ค

  • ถ้าอยู่ตำแหน่งปิด ค่าที่อ่านได้จะอยู่ประมาณ 0.5V
  • ถ้าอยู่ตำแหน่งเปิดสุด ค่าที่อ่านได้จะอยู่ประมาณ 4.5-5.0V
  • ดึงปลั๊ก Sensor ออก แล้วใช้ Multimeter จับที่ขั้ว C+ หรือขั้ว 6 ของสมองกล เปิดสวิสซ์กุญแจ ไปที่ตำแหน่ง II แล้ววัดค่าโวลต์ จะต้องได้
  • SV เสียบปลั๊ก เซ็นเซอร์คืนแล้วใช้ Multimeter จับที่ขั้ว B+ หรือขั้ว 22 ของสมองกล จะต้องได้ดังนี้ - 0.5V ที่ตำแหน่งลิ้นปีกผีเสื้อปิดสุด, 5V ที่ตำแหน่งลิ้นปีกผีเสื้อ เปิดสุด ค่อย ๆ เหยี่ยบคันเร่ง จนสุด ค่ากระแสไฟฟ้าจะต้องต่อเนื่องไม่มีการขาดหายของสัญญาณเด็ดขาด
3 ECT Sensor (Engine Coolant Temperature) เซ็นเซอร์อุณหภูมิน้ำ เป็นเซ็นเซอร์ ที่ตรวจวัดค่าอุณหภูมิของน้ำ หล่อเย็นภายในเครื่องยนต์ เมื่อรับสัญญาณ จะส่งไปยัง PCM เพื่อประเมินการจ่ายน้ำมัน เชื้อเพลิง องศาจุดระเบิด และ รอบเดินเบา

หลักการทำงาน

ทำงานตามค่าผันแปรของความต้านทาน ของอุณหภูมิเครื่องยนต์

วิธีการตรวจเช็ค

ใช้โอม์มิเตอร์จับที่ขั้ว A และ B ของเซ็นเซอร์ ค่าความต้านทานจะต้องได้ตามตารางแนบ
4 IAT Sensor (Intake Air Temperature) เซ็นเซอร์อุณหภูมิอากาศ วัดอุณหภูมิอากาศที่ไหลผ่านท่อไอดีไปยังกระบอกสูบ เพื่อให้สมองกลเอาไว้ใช้สำหรับ การปรับอัตราการจ่าย น้ำมันเชื้อเพลิง และ ควบคุมองศาจุดระเบิด

หลักการทำงาน

อาศัยการเปลี่ยนแปลงของความต้านทานเป็นหลัก

การตรวจเช็ค

ใช้โอม์มิเตอร์จับที่ขั้ว A และ B ของเซ็นเซอร์ ค่าความต้านทานจะต้องได้ตามตารางที่แนบมา
5 CPS Sensor (Crank Shaft Position Sensor) เซ็นเซอร์ฟลายวีล PCM ต้องการสัญญาณ ของ CPS ในการคำนวณ การจ่ายน้ำมัน และ ปรับตั้งองศา จัดระเบิด

หลักการทำงาน

ทำงานโดยผลิตกระแสไฟฟ้า ในรูปแบบ กระแสสลับ โดยค่าของกำลังไฟฟ้า จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับความเร็ว ของเครื่องยนต์ ฟลายวีล จะมีร่อง สี่ร่อง และ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด สามชุด โดยที่แต่ละชุด จะมีระยะห่างกัน 120 องศา และ ร่องแต่ละร่องจะต้องหา่งกัน 20 องสา

การตรวจเช็ค

ใช้ Osciloscope จับที่ขั้ว A และ C ของเซ็นเซอร์ ขณะที่เครื่องยนต์ สตาร์ท ให้สังเกตุที่ Scope ถ้าเซ็นเซอร์ ที่มีสภาพดี สัญญาณการเปลี่ยนแปลงของเซ็นเซอร์จะต้องปรากฏ
6 VSS Sensor (Vehicle Speed Sensor) เซ็นเซอร์วัดความเร็ว สัญญาณ VSS จะถูกส่งไปที่ VCM เพื่อคำนวณ อัตราความเร็วของรถยนต์ และ ระยะทางต่อเวลา เพื่อ PCM จะควบคุมปริมาณการจ่ายน้ำมันควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ ควบคุมรวบเครื่องยนต์ ในขณะถอนคันเร่ง และ รถกำลังเคลื่อนตัวอยู่ ควบคุม Cruise Control และ ตัดการจ่ายน้ำมันที่ความเร็วสูงสุด (185 Km/Hr)

หลักการทำงาน

เซ็นเซอร์ วัดความเร็ว จะผลิตกระแสไฟฟ้า ในลักษณะสัญญาณ Pulse ส่งให้ PCM

การตรวจเช็ค

เอารถขึ้น Hoist ให้ล้อลอยอิสระ แล้วสตาร์ท เครื่องยนต์ เข้าเกียรเดินหน้าแล้ว ควบคุมรอบให้อยู่ที่ 1000~2000 รอบต่อนาทีโดยประมาณ ใช้ Multimeter แบบตัวเลข ปรับเครื่องตรวจวัดไปที่โวลต์ กระแส AC และให้ค่าอยู่ที่ ประมาณ 10V ใช้ Multimeter จับที่ขั้ว 4 และ ขั้ว 47 ของ PCM ให้สังเกตุ ที่จอ Multimeter ค่ากระแสไฟฟ้า จะต้องขึ้น
7 O2 Sensor (Operation Sensor) เซ็นเซอร์ อ๊อกซิเย่น จะเป็นตัววัดปริมาณอ๊อกซเย่น แล้วแปลงเป็นกระแสไฟฟ้าส่งต่อให้ PCM เพื่อปรับส่วนผสม น้ำมัน และ อากาศเพื่อให้อัตราส่วน 14.7 : 1 ในทุกสภาวะการทำงาน

หลักการทำงาน

ก๊าซอ๊อกซิเย่นจะไหลฝ่านทะลุช่องของตัว Sensor ความมากหรือน้อย ของก๊าซ จะเป็นตัวสร้างประจุไฟฟ้า ให้กับ Sensor ตามลำดับ ถ้าปริมาณอ๊อกซิเย่น ไหลผ่านมากแสดงว่าส่วนผสมน้ำมัน และ อากาศบาง ไฟที่ผลิตออกจาก Sensor จะอยู่ที่ประมาณ 0.1V ถ้าปริมาณอ๊อกซิเย่น ไหลผ่านน้อย แสดงว่าปริมาณ ส่วนผสม ของน้ำมัน กับอากาศหนา ไฟที่ผลิตออกจาก Sensor จะอยู่ทีประมาณ 1,0V

การตรวจเช็ค

ใช้ DRB II หรือดึงปลั๊กอ๊อกซิเย่นเซ็นเซอร์ แล้ววัดที่ขั้ว A และ B ความต้านทานจะต้องได้ ระหว่าง 4.5 ~5.0 โอมห์ ถ้าวัดแล้ว ค่าความต้านทานจะไม่ขึ้นแสดงว่า อ๊อกซิเย่น เซ็นเซอร์เสีย ให้เปลี่ยนใหม่

Jeep Unity Club ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณคมสันต์ DoctorJeep

 
หน้าแรก | สมัครสมาชิก | LOGIN | LOGOUT | เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว | ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา(Contact Us) | ติดต่อโฆษณา | ตลาดนัดซื้อขาย
แจ้งปัญหาหรือขอคำปรึกษาการใช้ website หรือติดต่อประสานงานกิจกรรมออฟโรด:::>>> อีเมล์ webmaster@ThailandOffroad.Com หรือ ติดต่อเรา(Contact Us)
CopyRight©ThailandOffroad.Com April,2006 ViewMyStats Truehits.net     วันจันทร์,18 ธันวาคม 2560  (Online 4577 คน)  facebook.com/WeekendHobby 
                                       


โตเกียว มารีน     <||>    ประกัน โตเกียว มารีน     <||>    โตเกียว มา รี น ประกัน รถยนต์     <||>    โตเกียว มารีน ประกันสุขภาพ