ภูมิปัญญา ชาวบ้าน
   
mop
mop
จันทร์
13/7/2552
เวลา : 19:07
IP:58.8.161.30
อ่าน= 2883
ตอบ = 14

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน
       ภูมิปัญญา ชาวบ้าน



**การกำจัดแมลงสาบ**
ในบ้านที่มักจะอยู่ตามครัว ตู้ โต๊ะ
หรือตามซอกตามมุมต่างๆ**
*เขาบอกว่าวิธีที่ได้ผลและง่ายแสนง่าย
แต่คนมักไม่ทราบหรือคิดไม่ถึง
นั่นก็คือใช้ " พริกไทยเม็ด " ไปวางตามจุดต่างๆ
ที่แมลงสาบชอบออกมาไต่ยั้วเยี้ย
หรือแอบมากินเศษอาหาร โดยวางไว้ที่ละ 4-5 เม็ดก็พอ แค่นี้
แมลงสาบได้กลิ่นก็ไม่มารบกวนแล้ว เพราะมันไม่ถูกกับกลิ่นพริกไทยเม็ด
ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงให้เสียเงิน หรือเป็นอันตรายต่อคนในบ้าน
พอกลิ่นหมด ก็คอยเปลี่ยนใหม่ ข้อสำคัญ ระวังเด็กเล็กในบ้านอย่าคลานไปกินเข้า
จะร้องไห้จ้าเพราะความเผ็ด

**กำจัดยุงและแมลงตัวเล็กๆ**
ไม่ให้มารบกวนตอนอ่านหนังสือหรือทำงานตอนกลางคืน** *เขาให้ใช้ "
การบูร "มาห่อผ้าขาว หรือไปซื้ออย่างที่เขาห่อสำเร็จมาแล้วก็ได้
จากนั้นนำมาแขวนไว้ใกล้ๆกับหลอดไฟ
หรือโคมไฟ เพื่อความร้อนจากหลอด หรือโคมจะทำให้กลิ่นการบูรค่อยๆ
ระเหิดออกมาอย่างรวยริน ยิ่งกลิ่นออกมามากเท่าใด ยุงและแมลงก็จะบินหนี
เพราะมันไม่ชอบกลิ่นการบูร
แค่นี้ก็ไม่ต้องจุดยากันยุงหรือทายากันยุงให้เหนอะหนะเหนียวตัว

**ขับไล่หนูชุกชุม**
โดยไม่ต้องฆ่าให้บาปกรรม ด้วยการนำ น้ำมันระกำ **10 **ส่วน*
* *ผสมกับน้ำมันสะระแหน่อีก 90 ส่วนให้เข้ากัน
แล้วเอาไปทาตามทางเดินของหนู หรือที่ๆ
หนูชอบมา มันจะไม่มาอีกเลย เมื่อได้กลิ่นน้ำมันทั้งสองอย่างนี้
แต่ทางที่ดีควรจะเก็บเศษอาหารให้หมด และทำบ้านเรือนให้สะอาด
อย่ารกรุงรังเป็นดีที่สุด

**วิธีต้มไข่ให้ปอกเปลือกง่าย**
การต้มไข่นั้น ดูเป็นเรื่องไม่ยาก
แต่เชื่อไหมว่า หากจะต้มไข่ให้ปอกเปลือกง่ายๆ หลายคนกลับทำไม่ได้
แถมปอกแล้วเนื้อไข่ติดเปลือกทำให้ไม่สวยงามอีก ดังนั้น
วิธีง่ายๆที่จะต้มไข่ให้ปอกเปลือกได้ง่าย
เขามีเทคนิคพิเศษด้วยการ ต้มไข่แบบธรรมดานี่แหละ แต่ให้เอา
" เกลือ " ใส่เข้าไปพอสมควร ให้น้ำที่ต้มมีความเค็มเล็กน้อย
กะว่าไข่สุกดีแล้ว ก็ให้เอาไข่นั้นแช่ในน้ำเย็นธรรมดา
พอไข่ต้มเย็นลงพอควร ก็จับปอกเปลือกได้
จะรู้สึกเลยว่าเปลือกไข่แกะออกง่าย และล่อนดีไม่ติดเหมือนปกติ
ทำให้ปอกไข่ต้มออกมาได้อย่างสวยงาม น่ากิน

**ต้มถั่วดำถั่ว แดง ให้สุกเร็ว**
การต้มถั่วดูเหมือนจะง่ายคล้ายๆกับต้มไข่ แต่จริงๆแล้ว
ใครที่เคยต้มทั้งถั่วดำ ถั่ว แดง
จะรู้ดีว่ากว่าจะต้มสุกได้ต้องใช้เวลานานมาก
จนหลายคนเอือม ไม่คิดอยากกินถั่วอีกเลย หรือไม่ก็ไปซื้อเขาสบายกว่า
บางคนก็ใช้วิธีแช่น้ำคืนหนึ่งก่อนนำมาต้ม
แต่เขาบอกว่าวิธีที่เร็วและสะดวกกว่าคือ
ก่อนนำถั่วไปต้ม ให้เอาไป " คั่ว " ในกะทะให้สุกเสียก่อน
เป็นการทำให้สุกครั้งแรกที่ใช้เวลาไม่นาน จากนั้นจึงเอาหม้อใส่น้ำ
แล้วใส่ถั่วลงไป โดยกะน้ำให้พอดีกับถั่วที่จะต้ม
แล้วตั้งไฟต้ม คราวนี้แหละถั่วที่ต้ม ก็จะสุกเร็วขึ้น
เมื่อถั่วสุกก็ใส่น้ำตาลลงไป
กะให้หวานพอเหมาะหรือตามแต่ชอบ

**วิธีเก็บขนมปังให้นานวันขึ้น**
โดยมิให้เสีย หรือหมดอายุเร็วเขาบอกว่าไม่ใช่เรื่องยาก
ขนมปังที่ซื้อมาแล้ว และเรากินไม่หมดก็ให้ห่อเก็บในพลาสติก
เหมือนเดิมนั่นแหละเพียงแต่ให้เอาผ้าขาวสะอาดๆมาห่อหุ้มเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง
จากนั้นให้ผูกด้วยเชือกหรือใช้ยางรัดให้แน่น
แล้วไปเก็บไว้ในตู้เย็นตามปกติธรรมดา
ไม่ต้องไปเข้าช่องแข็ง
ทำแบบนี้ขนมปังที่ว่าก็จะมีอายุนานขึ้นโดยไม่เสื่อมสภาพ
เมื่อเอาไปย่าง ปิ้ง ทาเนยแยม ก็ยังจะอร่อย
และคงความนุ่มไว้เหมือนเดิม

**วิธีหาเสี้ยน หรือหนามที่ตำ ให้เห็นง่ายๆ**
เมื่อเราถูกเสี้ยนหรือหนามตำไม่ว่าที่ไหนก็ตาม
บางทีเสี้ยนมีขนาดเล็กและกลมกลืนไปกับสีผิว
ทำให้มองไม่เห็นแต่หากไม่เอาออกก็จะระคายเคือง เจ็บปวดไม่หาย
เขาบอกว่าวิธีการหาง่ายๆ
คือให้ใช้" ทิงเจอร์ไอโอดีน " แตะบริเวณที่ถูกเสี้ยนหรือหนามตำ
สีของทิงเจอร์ฯ จะทำให้เห็นรอยเสี้ยนที่หักคาอยู่อย่างเด่นชัด
ทำให้เราจัดการเอาออกได้โดยง่าย อีกทั้งทิงเจอร์ฯ
ยังช่วยรักษาแผลสดได้ดีอีกด้วย

*วิธีบำรุงสายตาด้วยสมุนไพรราคาถูก**
นั่นคือ " ผักบุ้ง "ที่เราส่วนใหญ่รู้ๆ กันอยู่แล้วนี่เอง
นอกจากจะกินผักบุ้งเพื่อให้ได้วิตามินเอ
ที่มีมากมายในตัวผักมาบำรุงสายตาแล้ว คนไม่น้อยคงไม่รู้ว่า
เราสามารถเอาผักบุ้งไทยมาล้างให้สะอาด
แล้วปั่นให้ละเอียดจากนั้น
เอาผ้าขาวบางไปต้มฆ่าเชื้อเสียก่อน แล้วผึ่งให้หมาด
นำมาปิดไว้ที่หน้าแล้วให้ผักบุ้งไทยปั่นที่ว่ามาโปะบนผ้าขาวบาง
บริเวณดวงตาทั้งสองข้าง ปล่อยไว้นานพอควรจนรู้สึกว่า
มีน้ำจากผักซึมเข้ามาที่ดวงตาที่หลับอยู่ ก็เอาออก
แล้วหลับตาล้างเปลือกตาให้สะอาด เขาว่าให้ทำเช่นนี้สัปดาห์ละครั้ง
จะช่วยสุขภาพของดวงตาให้ดีขึ้น ทำให้สายตาแจ่มใสอยู่เสมอ

**วิธีแก้กลิ่นเต่าแรง**
นอกเหนือไปจาก "สารส้ม"
ที่เขาแนะให้นำมาถูรักแร้ตอนอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ แล้ว
ก็ยังมีอีกสูตรในการแก้กลิ่นเต่าแรงคือ
" ใบตำลึง " กับ " ปูน แดง " โดยให้ตำใบตำลึงให้เละที่สุด
แล้วนำมาผสมกับปูน แดง สักก้อนเล็กๆ ผสมให้ทั่วกันดีแล้ว
ก็นำมาทาที่รักแร้เพียงบางๆ แล้วปล่อยให้แห้งไปเอง
ควรทำตอนอาบน้ำก่อนไปทำงานตอนเช้า จะได้ทำงานได้ตลอดวัน
โดยไม่มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ออกมารบกวนใครต่อใคร บางคนอาจคิดว่ายุ่งยาก
ลำบาก หาซื้อพวกโรลออนทาง่ายกว่า แต่แนะไว้เผื่อวิธีอื่นไม่ได้ผล
ก็ลองดูวิธีนี้ดูบ้าง

**ว่ายน้ำแล้ว**
มิให้เกิดเป็นตะคริวขึ้นมา** *ตะคริว หมายถึง
อาการที่กล้ามเนื้อกระตุกเกร็ง ชาไปหมด ความรู้สึกเสียไปถ้าเป็นบนบก ปล่อยให้อยู่นิ่งๆ
ก็จะหายไปเอง แต่ถ้าอยู่ในน้ำหรือกำลังว่ายน้ำอยู่จะอันตรายมาก
เพราะทำให้จมน้ำตายได้
วิธีแก้ไขหรือป้องกันมิให้เกิดเป็นตะคริวขณะว่ายน้ำ หรือเล่นน้ำอยู่นั้น
เขาให้ดื่มน้ำเกลือ เสียก่อนลงไปว่าย เกลือที่ใช้ก็คือ
เกลือแกงในครัวนั่นแหละโดยเอาไปละลายน้ำให้มีรสเค็มพอประมาณ
ดื่มเสียให้เรียบร้อยก่อนลงไปดำผุดดำว่ายในน้ำ ทีนี้รับรองไม่เป็นตะคริวแน่นอน

**เป็นบิด**
และไม่มียาแผนปัจจุบัน
โรคบิดเป็นโรคทางเดินทางอาหาร เวลาถ่ายจะปวดมวนท้องไส้มาก
โรคนี้ส่วนใหญ่ต้องแก้ด้วยยาแผนปัจจุบัน แต่หากไม่มี ก็ให้เอากระชายาสัก 5 ราก เผาไฟบดให้ละเอียดผสมน้ำ
แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง ดื่มน้ำนี้สักอึกสองอึก เว้นอีกสักชั่วโมงก็ดื่มอีก ไม่นานก็จะหาย

**ลดอาการไข้ ตัวร้อน**
ตามปกติเราก็กินยาแก้ปวดหัวตัวร้อน อย่างพาราเซตามอล
แต่หากไม่มี แล้วเกิดอาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ขึ้นมา
เขาบอกว่าให้ดื่มน้ำมะพร้าวสัก 1 แก้ว แล้วนอนพักผ่อน
อาการไข้ก็จะทุเลาลง แล้วให้ดื่มแทนน้ำไปเรื่อยๆ
ไม่นานอาการที่ว่าก็จะหายเป็นปกติ

**มีแผลในปากที่ทำให้เจ็บแสบ**
น่ารำคาญ เขาบอกวิธีง่ายๆ ที่จะแก้ คือ
ให้กินสับปะรด ยิ่งตรงไหนเป็นแผลให้อมไว้ตรงนั้นนานๆ
ไม่ช้าไม่นานก็จะหายไปเอง
เหมือนหนามหยอกเอาหนามบ่ง ทั้งหมดนี้
เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนจกหนังสือดังกล่าวข้างต้น
ที่เป็นเทคนิคหรือความรู้แบบชาวบ้านๆ
ที่แม้ว่าโลกจะก้าวไปไกลเพียงไร
แต่ใช่ว่าความเจริญเข้าไปถึงหมดทุกแห่ง
ดังนั้นภูมิปัญญาเหล่านี้จึงยังมีประโยชน์และคุณค่าอยู่เสมอ
ซึ่งคนสมัยปัจจุบันก็ยังสามารถทดลองใช้ได้
ข้อสำคัญส่วนใหญ่มีราคาไม่แพงและทำให้พึ่งตนเองได้ด้วย





เครดิตจาก ปู่เฟืองจำปี 58.10.149.253 จันทร์, 13/7/2552 เวลา : 09:47

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
 
   
คำตอบที่ 1

ทูน97
ทูน98
จันทร์
13/7/2552
เวลา : 19:16
IP:
202.183.217.29



แล้วมีวิธีลดอาการ "คัน" ของชาว JUC มั่งมั๊ยครับพี่ป้อม



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 2


ภู
จันทร์
13/7/2552
เวลา : 20:15
IP:
124.122.94.19

ซู๊ดด ยอด จริงๆ

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 3

modtuanoi
MODTUANOI
อังคาร
14/7/2552
เวลา : 00:21
IP:
115.67.114.229

พี่มีวีธีไล่ตุ๊กแกบ้างมั๊ยครับ ถ้ามีรบกวนหน่อยนะครับ กลัวมากครับ

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 4

semork
สีหมอก
อังคาร
14/7/2552
เวลา : 07:21
IP:
112.142.90.156

แจ๋วเลย

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 5

ingbun
หยุงหยิง
อังคาร
14/7/2552
เวลา : 08:26
IP:
61.90.136.94



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 6

nawa007
นายบ้านนอก
อังคาร
14/7/2552
เวลา : 11:29
IP:
203.113.1.130



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 7

phayain
พงศ์สวัสดิ์ juc 1948
อังคาร
14/7/2552
เวลา : 13:59
IP:
113.53.35.141

เยี่ยมๆๆครับท่าน

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 8

nin1844
น้านินท์.....มาเเว้วววว
อังคาร
14/7/2552
เวลา : 14:15
IP:
124.122.237.43



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 9

พิทบูลเขี้ยวตัน
WudH...MKJ
อังคาร
14/7/2552
เวลา : 15:27
IP:
58.11.29.122

สุดยอด

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 10

wpinyawat
นายเขียวหวาน
อังคาร
14/7/2552
เวลา : 18:53
IP:
112.143.7.17

สุดยอด มี save เลยท่าน

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 11

mop
SUPERMOP
อังคาร
14/7/2552
เวลา : 19:39
IP:
58.11.97.215

วิธีไล่หนู ยุง ตะขาบ งู และวิธีกำจัด มด แมลงสาบ เเบบง่าย ๆ ....

เริ่มต้นที่เจ้านี่เลยครับ ..... " หนู "


วิธีไล่หนู
แบบง่ายๆ และประหยัดเงินคือ นำ ไม้ยี่โถ ไปตากแดดให้แห้ง แล้วนำไปบดเป็นผง เสร็จแล้วนำไปโรยตามซอกที่หนูชอบอยู่ เพียงเท่านี้หนูก็พากันขนย้ายครอบครัวหนีออกไปจากบ้านของคุณไปเลย

วิธีที่ 2 กับ " วิธีไล่ตะขาบ "

- เลี้ยงไก่ในบริเวณบ้าน ( ถ้าสะดวก)

- ปลูกต้นเสลดพังพอนตัวเมีย รอบๆ บริเวณบ้าน

- ใช้ "น้ำส้มควันไม้" เนื่องจากน้ำส้มควันไม้เข้มข้น มีส่วนผสมของน้ำมันทาร์ และยางเรซินอยู่มาก จะส่งกลิ่นเหม็นคล้ายควันไฟรบกวนสัตว์ และแมลงที่มีพิษต่างๆ รู้สึกจะมีขายตามร้านขายเคมีเกษตรครับ

วิธีที่ 3 จัดการ...." งู "

1. งู ที่กลัวเชือกกล้วยจะมีก็เฉพาะงูเหลือมเท่านั้น ซึ่งได้มีการพิสูจน์มาแล้ว ส่วนงูพิษยังไม่มีรายงาน การเลี้ยงสุนัข หรือห่านเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุด

2. ใช้ สารเคมีที่มีกลิ่นฉุน เช่น น้ำมันก๊าด(หาง่าย และไม่อันตรายกับคน และสัตว์เลี้ยง) ให้ฉีดพ่นหรือราดรอบๆ บริเวณที่ไม่ต้องการให้มีงูอยู่ ( ถ้าฉีดพ่นหรือราดน้ำมันก๊าดที่รังงูก็จะหนีไปเหมือนกันครับ) และ ควรฉีดพ่นหรือราดน้ำมันก๊าดในช่วงที่ไม่มีเด็กๆ อยู่ เพราะงูจะออกมาจากที่หล่บซ่อน วิธีนี้เคยใช้จัดการกับงูเห่ามาแล้วใช้ได้ผลครับ ลองนำไปประยุกต์ใช้ดูนะครับไม่ต้องฆ่าเขาด้วยแค่ไล่ไปเท่านั้น

3. ใช้ผงกำมะถัน(สีเหลืองๆ) มาผสมน้ำแล้วราดบริเวณรอบบ้าน แต่วิธีนี้ต้องทำบ่อยหน่อย อย่างน้อย เดือนละครั้ง เพราะกำมะถันเจือจางแล้วงูก็เข้าอีก

วิธีที่ 4 ....วิธีกำจัดแมลงสาบ
วิธีการกำจัดแมงสาบแบบบ้าน ๆ (เน้นประหยัดและง่าย)

1.เอาขวดเหล้ากลม มาวาง ทาน้ำมันพืชบางๆบริเวณปากขวด

แล้วเอาเศษอาหารที่มีกลิ่นหอมๆ ใส่ไว้ก้นขวด (จากการทดลองน้ำตาลปิ๊บดีสุด)

วางขวดเอียงประมาณ 70 องศา ให้ปากขวดแตะผนัง ตามซอกมืดๆในบ้าน

ตื่นเช้ามาคุณจะได้แมลงสาปอยู่ในขวด (วันแรกๆจะได้เยอะมาก)

ทำซ้ำเรื่อยๆ มันก็จะหมดไปเอง

วิธีการกำจัดแมงสาบแบบบ้าน ๆ (เน้นประหยัดและง่าย)

2. ส่วนประกอบ
1. ขวด เฮลบลูบอยที่หมดแล้ว 1 - 2 ขวด
2. น้ำมันหมู

วิธีทำ
1. เทน้ำมันหมูลงในขวด เฮลบลูบอย แล้วก็เคล้ากะให้น้ำมันหมูเกาะทั่วขวด

2. เอาน้ำมันหมูป้ายขอบในคอขวด กะให้กำลังลื่นพองาม

3. เอาไปตั้งไว้กลางห้องครัว หรือ แหล่งชุมนุม แมงสาบ (เฉพาะจุดที่พบบ่อยๆ)

4. ทิ้งเอาไว้ ประมาณ 8 ชม. แนะนำ >>ตั้ง<< ไว้ก่อนนอน

5. ตื่นมาตอนเช้าอย่าตกใจ แมงสาบจะยัวะเยียะ ไปทั้งขวด แต่ออกมาไม่ได้ เด็กและสตรีที่กลัวแมงสาบ ไม่ควรทำ เพราะอาจจะตกใจตายได้

6. เอาฝาเฮลบลูบอยปิดไว้ แล้วฝากให้รถขยะพาแมงสาบไปเที่ยว



วิธีกำจัดแมลงสาบ แบบอื่นๆ

วิธีกำจัดแมลงสาบ

# แมลงสาบมักชอบอยู่ในมุมอับ ผลิตลูกหลานออกมาอย่างมากมาย วิธีกำจัดง่าย ๆ ก็คือ เอาน้ำตาลเคี่ยวกับน้ำให้มีกลิ่นหอมแล้วนำไปใส่ในกะละมังหรือภาชนะที่มีความ ลื่น เพราะเมื่อแมลงสาบได้กลิ่น มันจะลงไปกินแต่ไม่สามารถไต่ขึ้นมาได้ วิธีนี้ก็จะช่วยลดพลเมืองแมลงสาบได้มาก และถ้ากันมดและแมลงสาบเข้าไปในตู้เสื้อผ้า หรือ ตู้หนังสือ โดยใช้ก้านพลูและพริกไทยเม็ดบรรจุใส่ถุงผ้าเล็ก ๆ แล้วนำไปไว้ตามซอกของตู้เสื้อผ้า หรือ ตู้หนังสือ

# นำขวดแก้วที่มีปากค่อนข้างกว้างใส่น้ำแกงจืดหรือน้ำต้มยำที่เหลือจากการรับ ประทานอาหาร (ใส่ประมาณครึ่งขวด) แล้วนำไปวางไว้บริเวณซอกหรือมุมห้องภายในบ้าน โดยวางให้ชิดติดกับผนังเพื่อล่อให้แมลงสาบที่ไต่ตามฝาผนังลงมากินน้ำแกงใน ขวด ทำให้ไม่สามารถปีนกลับขึ้นมาได้

# ใช้เหยื่อล่อแมลงสาบสำเร็จรูป ซึ่งบรรจุอยู่ในตลับที่มีช่องว่างเพื่อให้แมลงสาบมุดหัวเข้าไปกินเหยื่อ แล้วออกมาตายภายนอก (ไม่ตายค้างอยู่ด้านในตลับ) โดยนำไปวางไว้ในบริเวณที่มีแมลงสาบชอบเดินผ่าน อาทิ ตามซอกมุมอับต่างๆ หรือวางไว้ใกล้ท่อระบายน้ำทิ้ง เพื่อดักแมลงสาบที่ออกมาหากินยามค่ำคืน

# ใช้บ้านแมลงสาบ ซึ่งเป็นกาวดักแมลงสาบที่ไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยง มีประสิทธิภาพในการดักจับแมลงสาบได้ดี ใช้ง่ายเพียงแค่แกะกล่องกระดาษแล้วนำแผ่นเหยื่อไปวางไว้ตรงกลางแผ่นกาวและ พับเป็นรูปบ้าน นำไปวางไว้ตามห้องหรือซอกมุมที่มีแมลงสาบรบกวน เมื่อมีแมลงสาบมาติดจนเต็ม ให้พับบ้านแมลงสาบเข้าทุกด้าน แล้วนำไปทิ้งลงถังขยะ บ้านแมลงสาบมีอายุการใช้งานนานประมาณ 3-4 สัปดาห์

# เอาปูนซีเมนต์ มาผสมกับอะไรหอมๆ น่ากิน เช่น นมผง โอวัลติน หรือถั่วบด ใส่ถาดวางใว้ในที่ที่แมลงสาบชอบเดินผ่าน แล้วก็เอาขันใส่น้ำวางไว้ข้างๆ เมื่อแมลงสาบได้ลิ้มรส อาหารผสมปูนซีเมนต์ และจิบน้ำเข้าไป ปูนซีเมนต์เมื่อผสมกับน้ำก็จะแข็งตัวในท้องของมัน

วิธีที่ 5 " วิธีกำจัดมด (ที่ไม่ใช่ Mod) "
- หาเศษผ้าที่ไม่ใช้แล้วมาตัดเป็นชิ้น ๆ ความยาวพอประมาณ ชุบกับน้ำมันเครื่องพอหมาดหรือจาระบี แล้วนำมาพันรอบขาตู้หรือโต๊ะ หรือจะใช้ปูนขาวใส่ภาชนะรองที่ขาตู้ก็ได้ และหากพบมดไต่ขึ้นมาตามรอยแตกร้าวของคอนกรีต ให้ใช้น้ำมันก๊าดเทลงไปในร่อง มดก็จะไม่โผล่หน้าขึ้นมาให้เรารำคาญใจอีกนาน

- ใช้แป้งฝุ่นสำหรับทาป้องกันเห็บหมัดของสุนัขหรือแมวมาโรยตามพื้นหรือบริเวณที่มดขึ้น เมื่อมดเดินผ่านก็จะเกิดการระคายเคืองและตายในเวลาอันรวดเร็ว หรืออาจฝานมะนาวเป็นแผ่นบางๆ มาไปวางในบริเวณที่มดขึ้นก็ได้

- หากพบว่ามีมดขึ้นอยู่ในขวดน้ำตาลหรือขนมปังที่ใส่อยู่ในกระป๋อง ให้ เราปิดฝาขวดหรือกระป๋องนั้นให้สนิท จากนั้นให้ออกแรงเขย่าเพียงเล็กน้อย แล้วเปิดฝาทิ้งไว้หรือนำไปผึ่งแดดสักครู่ มดตัวน้อยตัวนิดก็จะพากันหนีออกมาเอง

- ในกรณีที่พบรังมด ให้ใช้น้ำที่แช่หน่อไม้สดหรือหน่อไม้ดองเปรี้ยวราดไป ที่รัง มดจะอพยพไปอยู่ที่อื่นทันที แต่ถ้าต้องการกำจัดให้สิ้นซาก ให้ใช้การบูรและยาสูบอย่างละ 1 ส่วน นำไปแช่น้ำตั้งไฟให้เดือด จากนั้นเอาไปราดที่รัง มดก็จะตายและไม่กล้ามาทำรังอีกแน่ๆ

วิธีการไล่ยุง
แบบง่าย ๆ คือ หา การบูร มาห่อด้วยผ้าแล้วมัดไว้กับหลอดไฟฟ้าที่อยู่ภายใน บ้าน ความร้อนของไฟฟ้าจะทำให้การบูร ระเหย ออกไป และกลิ่นของการบูรจะช่วย ป้องกันยุง ไม่ให้มารบกวน


1.วิธีการกำจัดปลวก ที่ขึ้นบ้านแบบประหยัดคือ นำน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้ว มาราดให้รอบบริเวณบ้าน เพียงเท่านี้ก็จะสามารถไล่ปลวกไม่ให้มารบกวนบ้านอีกต่อไป

2.การใช้เชื้อรากินปลวก (เชื้อราเขียว หรือ Metarrhizium) โดยเอาราเขียวไปคลุกกับปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอก จำพวกมูลของวัวหรือแพะ (ห้ามใช้มูลไก่เพราะทำให้กองหมักเชื้อร้อนเกินไป ทำให้เชื้อราไม่เจริญ) เราควรหมักเชื้อราเขียวกับปุ๋ยไว้ประมาณ 5-7 วัน เมื่อหมักได้ที่แล้ว แล้ว ก็นำปุ๋ยหมักเชื้อไปฝังดินไว้เป็นจุด ๆ รอบ ๆ บริเวณบ้าน โดยขุดหลุมให้ลึกประมาณ 20-30 เซนติเมตร แล้วกลบด้วยดินที่ขุดขึ้นมาอย่างหลวม ๆ (ไม่กดดินจนแน่น) หรือใช่เป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้ไปด้วยก็ได้ ตัวปลวกที่อยู่ในดินจะออกมากินปุ๋ยหมักเชื้อ ทำให้เชื้อราเขียวติดไปกับตัวปลวกและสามารถเข้าทำลายตัวปลวกให้ตายหมดทั้งรัง การใช้ราเขียวนี้ เราจะ ต้องหยุดสารเคมีและยาฆ่าเชื้อราต่างๆ ที่จะทำลายเชื้อรา ในการใช่ในระยะแรกๆ ยังจะไม่ค่อยเห็นผล หรือเห็นผลไม่เป็นที่พอใจ เนื่องจากยาและสารเคมีที่สะสมอยู่ในพื้นดิน จะต้องในเวลา เมื่อราเขียวเจริญในพื้นดินดีแล้ว คราวนี้เราก็สบายแล้วไม่ต้องคอยกังวลกับปลวกที่จะมารบกวนอีกต่อไป



สามารถขอเชื้อราเขียว ได้ที่ ศูนย์บริหารศัตรูพืช พัทยา ชลบุรี หรือ ที่กรมส่งเสริมใน มหาลัยเกษตร บางเขน และที่ มอ. ของเรา ในช่วงงานเกษตรภาคใต้ 2551 ข้อความบางส่วนมาจาก:-http://www.rakbankerd.com/agriculture/wb/show.php?Category=agriculture&No=438

3.ใช้สารเคมีในการกำจัดปลวก วิธีดังกล่าวใช้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 70 ปี หลักการทำงานก็คือ การมุ่งกำจัดไปที่ปลวกที่มองเห็น เมื่อปลวกถูกสารเคมีจะตายทันที แต่ปัญหาสำคัญก็คือ ปลวกที่ไม่ถูกสารเคมียังคงมีชีวิตอยู่และสัณชาติญาณในการอยู่รอด จะเพิ่มความร้ายกาจของปลวกและแตกสายออกมามากขึ้น เพื่อหาอาหารมาเลี้ยงปลวก และมีการเร่งขยายพันธุ์ ทำให้ปลวกจะมีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังจากที่มากำจัด การที่บริษัทจะต้องมากำจัดทุกเดือนหรือทุก 2 เดือนก็มาทำลายปลวกที่มาปรากฎให้เห็น และจะเป็นวัฏจักรเช่นนี้ตลอดไป

4.การกำจัดโดยใช้ระบบเหยื่อ หรือ senticon วิธีการดังกล่าวจะฝังกรวยพลาสติกไว้ตามพื้นดินทุกระยะ 1 เมตร โดยทั่วสนามหญ้าหรือปักไว้ใกล้บ้าน เพื่อป้องกันปลวกที่เกิดใหม่ อันเกิดจากแมลงเม่าในธรรมชาติ โดยที่กรวยเหล่านี้จะมีเศษไม้อัดแท่งผสมสารพิษ ล่อให้ตัวปลวกมากิน และเมื่อตัวปลวกมากินก็จะตาย และทำให้ปลวกตัวอื่นที่เลียก้นจะตายด้วย วิธีการดังกล่าวมีราคาแพงมาก และจะใช้ได้เฉพาะบ้านสร้างใหม่ การป้องกันปลวกจากภายนอกสามารถป้องกันได้ แต่วิธีดังกล่าวมีข้อเสียคือ ไม่สามารถล่อปลวกที่ขึ้นและในบ้านมากินเหยื่อพิษได้

5.จ้างผู้ชำนาญการมาจัดการโดยเฉพาะ


ขอยกเครดิตให้คุณkupree ครับhttp://www.weekendhobby.com/offroad/newenergy/Question.asp?ID=1235

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 12

motocross
motocross
พุธ
15/7/2552
เวลา : 21:35
IP:
61.7.141.115

แจ๋วครับพี่ mop

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 13

tonyv8
HUMMER
พุธ
15/7/2552
เวลา : 23:49
IP:
61.90.64.22

เยี่ยมยอดมากครับคุณ SUPERMOP





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 14

tonyv8
HUMMER
พุธ
15/7/2552
เวลา : 23:54
IP:
61.90.64.22







 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1   ดูหน้าต่อไป
 


เพื่อความปลอดภัยในการนำเสนอข้อมูลของผู้ใช้ Thailandoffroad.Com สมาชิกเท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ และ ตอบคำถามได้ครับ
สำหรับท่านที่สมัครสมาชิกแล้ว Login Click ที่นี่
สำหรับท่านที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิก สมัครสมาชิก Click ที่นี่

   
18/5/2555 13:11
หน้าแรก | สมัครสมาชิก | LOGIN | LOGOUT | เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว | ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา(Contact Us) | ติดต่อโฆษณา | ตลาดนัดซื้อขาย
แจ้งปัญหาหรือขอคำปรึกษาการใช้ website หรือติดต่อประสานงานกิจกรรมออฟโรด:::>>> อีเมล์ webmaster@ThailandOffroad.Com หรือ ติดต่อเรา(Contact Us)
CopyRight©ThailandOffroad.Com April,2006 ViewMyStats Truehits.net     วันศุกร์,18 เมษายน 2557  (Online 10299 คน)