หน้าแรก WeekendHobby.Com | พอ.สว. | คนอาสา | อาสาช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม | ข่าว ททท. | Review ที่พักที่กินที่เที่ยวทั่วไทย | ท่องเที่ยวและแคมปิ้ง | รถบ้านเคลื่อนที่ | คนเดินป่า | กล้องและถ่ายภาพ | รถOffroad | รถยนต์ |ClassicCar | TurboEngine | รถยนต์ใช้แก๊ส LPG/NGV | พลังงานทางเลือกและโรงรถวันหยุด | รถATV&UTV | มอเตอร์ไซค์ | Enduro | จักรยาน | ร่มบิน(Paramotor) | เรือไทยเรือสองตอน | เรือและเจ็ตสกี | ดำน้ำ | ตกปลา | RC วิทยุบังคับ | VR วิทยุสื่อสาร | GPS | G-GUN ปืน | พระเครื่อง | ร้านอาหารชวนชิม | บ้านกาแฟ | บ้านและสวน | สัตว์เลี้ยง | งานฝีมือ(HandMade) | บ้านศิลปะ |กระดานข่าวออฟโรด | ชวนกันออกทริป | ออฟโรดเทคนิค | บูรพาออฟโรด | CHEVROLET | FORD | ISUZU | KIA | LAND ROVER | MAZDA | MITSUBISHI | NISSAN | PAJERO | STRADA4X4 | SUZUKI | TROOPER | TOYOTA | TOYOTA 2.7 VVTi | TOYOTA RAV4 | TOYOTA LandCruiser | Motorcycle | Enduro |แรดบินรายงานการแข่งขัน | เครือข่ายออฟโรดภาคใต้ | เครือข่ายออฟโรดภาคเหนือ | JeepUnityClub | Jeepทหาร(TMVC) | ฅนออฟโรด | โรงเรียนของหนู | เพื่อนแชมป์ | Freestyle | TerranoThailandClub | บูมเมอแรงตรัง | ชากังราว-บานาน่าทีม | DogTagOutDoor | BUNKER NeverdieClub| คนถามทาง | ข้าแผ่นดิน จอมสยาม | GasThai.Com | บทความเรื่อง Gas) | LPG Webboard | NGV Webboard | LPG Club | NGV Club | เสวนานโยบายราคา LPG/NGV| ลงประกาศซื้อขายติดตั้ง LPG/NGV ฟรี |==>>  facebook.com/WeekendHobby 
Home Jeep Board Military Jeep Civilian Jeep Playful Jeep Jeep's Friend
 

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 รถ Jeep ที่ใช้ในสงคราม และคุ้นเคยกับประชาชนในสมัยนั้น กลายเป็นรถยอดนิยมไปโดยปริยาย Willys ผู้ผลิตหลักจึงไม่เสียเวลาในการทำตลาด ได้รีบออกแบบ และผลิตรถยนต์สำหรับพลเรือน ในรูปแบบต่าง ๆ ในสายการผลิตของ CJ
ต่อมาในปี 1953 KAISER- FRAZER ได้ซื้อ Willys Overland แต่บริษัทยังใช้ชื่อเดิมจนถึงปี 1963 ก็เปลี่ยนมาเป็น KAIZER JEEP INTERNATIONAL CORPORATION ปี 1970
ก็ถูกขายให้กับบริษัท American Motor Corporation (AMC)

 

CJ - 2ACJ - 2A

ผลิตปี ค.ศ 1945 - 49 จำนวนที่ผลิต มากกว่า 200,000 คัน

CJ-2 รถ Jeep คันแรกที่ถูกผลิตมาขายให้กับพลเรือน (1944-1945) รถรุ่นนี้มีพื้นฐานมาจาก Willys MB ในการที่จะพัฒนาจาก รถที่ใช้ในกิจการทหาร มาปรับเปลี่ยนเป็นเพื่อพลเรือนได้ใช้ แรกเริ่มเดิมที่ จะรู้จักรถรุ่นนี้ในชื่อ "Agrijeeps" หรือ จี๊ปเพื่อการเกษตร เนื่องจากมีการทดสอบ การใช้งานในไร่สวนต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ต่อมามีรุ่น CJ-2A ซึ่งรุ่นนี้เป็นการผลิตรถแบบ CJ อย่างเต็มรูปแบบ ได้ออกแบบกระจกบังลมแยกออกเป็น 2 ส่วน สูง 25 นิ้ว ที่ปัดน้ำฝนอยู่ด้านบน มีประตูท้ายรถและยางอะไหล่อยู่ด้านข้าง

 
CJ - 3ACJ - 3A

ผลิตปี ค.ศ 1949 - 1953 จำนวนที่ผลิต 130,000 คัน

รุ่นนี้มีความคล้ายกับ CJ-2A มาก มีเพียงกระจกบังลมหน้าที่เป็นแผ่นเดียว สูง 27 นิ้ว ฐานล้อกว้าง 80 นิ้ว ที่ปัดฝนอยู่ด้านล่าง ส่วนอื่นๆก็เหมือนเดิม
 
CJ - 4CJ - 4

ผลิตปี ค.ศ 1950 จำนวนที่ผลิต -ไม่มีข้อมูล-

รุ่นนี้ถือว่าเป็น จุดเชื่อมที่ขาดหายไประหว่าง CJ-3A/3B กับ CJ-5 รถรุ่นนี้ใช้เครื่อง Willys "Hurricane" F head engine เช่นเดียวกับ CJ-3B เพียงแต่ฝากระโปรงเปลี่ยนเป็นรูปโค้งบนมากขึ้น รูปแบบส่วนท้ายยังเป็น ของรุ่น CJ-3A ฝากระโปงนั้น ต่อมานำไปใช้ใน M38A1 ความกว้างฐานล้อ 81 นิ้ว

 
CJ - 3B หรือ M-606

ผลิตปี ค.ศ 1953-1968 จำนวนที่ผลิต มากกว่า 150,000 คัน

CJ-3B ได้ถูกแนะนำเข้าสู่ตลาดเมื่อปี 1953 ออกแบบโดย CJ - 3B หรือ M-606Willys-Overland ซึ่งได้ผลิตรถ Jeep ที่ใช้ในกิจการทหารร่วม 360,000 คัน ในช่วงสงครามโลกครั้ง ที่ 2 รุ่นนี้ฝากระโปรงได้ถูกยกขึ้น เพราะจำเป็นเนื่องจากต้องการเปลี่ยนจากเครื่องรุ่นเก่า CJ-3A " Go Devil" มาใส่เครื่อง "Hurricane" F-head engine ซึ่งสูงกว่าตัวเก่าเพราะ Valve ไอดีได้ถูกย้ายจากด้านข้างมาอยู่ ด้านบน เครื่องยนต์นี้ถือว่าเป็น เครื่องที่มีประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่ผลิตได้ในสมัยนั้น ให้แรงม้าสูงกว่า และแรงบิดมากขึ้นกว่า 3A มาก รูปร่างทั่วไปก็มีกระจกบังลมหน้าแผ่นเดียว สูง 22.5 นิ้ว รุ่นยังคงผลิตต่อเนื่องไปจนถึงปี 1968 ถึงแม้ว่ามีการแนะนำรุ่นใหม่ CJ-5 ในปี 1955 แล้วก็ตาม อ่านรายละเอียดของรถรุ่นนี้คลิ๊กที่นี่

 
CJ - 5

ผลิตปี ค.ศ 1955 - 1983 จำนวนที่ผลิต มากกว่า 600,000 คัน

CJ - 5 รุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดสำหรับจี๊ปฉบับพลเรือน CJ-5 อยู่สายการผลิตร่วม 30 ปี โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ได้ทำการประกอบรถจาก 30 ประเทศ เพื่อส่งขาย และใช้ใน 150 ประเทศทั่วโลก รูปแบบรุ่นนี้โดยใช้รูปแบบมาจากรุ่น M38A1 กันชนหน้าเป็นเหล็กปลอก กระจกบังลมหน้าแผ่นเดียว ฐานล้อ 81 นิ้วในช่วงแรกและปรับมาเป็น 83 นิ้วในตอนหลัง ไม่มีฝาท้าย นอกจากนี้ในปี 1962 ได้ทำการผลิตรุ่นเกียร์ออโตเมติกออกมาเป็นคันแรกของรถขับเคลื่อน 4 ล้อ
 

CJ - 6CJ - 6

ผลิตปี ค.ศ 1956 - 1975 จำนวนที่ผลิต 50,000 คัน

รุ่นนี้เกิดจากการวิพากษ์ CL-5 ว่ามีช่วงล้อสั้น มีพื้นที่โดยสารน้อย จึงมีการยืดช่วงล้อเป็น 101 นิ้วทำให้เกิดพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นเหมือน รถกระบะเล็ก ๆ ต่อมาถูกยืดออกไปเป็น 104 นิ้วในช่วงท้าย ๆ

ในปี 1970 American Motor Corp. ได้ซื้อบริษัท Kaiser Jeep และในเวลานั้นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ได้เป็นที่นิยมแพร่หลาย AMC ได้ผลิตเครื่อง V-8 พร้อมเพลา, เบรค ที่ใหญ่ขึ้นให้กับรถรุ่น CJ-5, CJ-6

 

CJ - 7CJ - 7

ผลิตปี ค.ศ. 1976 - 86 จำนวนที่ผลิต 375,000 คัน

เป็นการปรับแต่งระหว่าง รุ่น CJ-5 กับ CJ-6 ด้วยความยาวฐานล้อ 93.5 นิ้ว ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่า Major change หลังจากการออกแบบครั้งหลังสุดกว่า 20 ปี รุ่นนี้มีหลังคาแข็งพลาสติก และประตูเหล็ก , เกียร์ออโตเมติก

 
CJ - 8 "Scrambler"

ผลิตปี ค.ศ. 1981 - 1986 จำนวนที่ผลิต 28,000 คัน

เป็นรุ่นที่ขยายมาจาก CJ-7 โดยยืดฐานล้อออกไปเป็น 103.5 นิ้ว รุ่นนี้มีแบบหลังคาผ้าใบ และแบบไฟเบอร์ ซึ่งจะมีเฉพาะส่วนคนขับและแค็ปเท่านั้น ซึ่งก็มองดูคล้าย ๆ รถกระบะ

 
ในเวลาต่อมา....

การเติบโตของตลาดรถขับเคลื่อน 4 ล้อยังคงเป็นที่นิยมและต้องการมากจากประชาชน , แต่ในเวลาเดียวกันผู้บริโภคก็มองหา "ความสะดวกสบาย" ควบคู่ไปด้วย ดังนั้น AMC จึงได้ยกเลิกการสายการผลิต CJ และแนะนำรถรุ่นใหม่คือ Jeep Wrangler (YJ) ในปี 1987 โดยยึดหลักการออกแบบให้ใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด

ในปี 1987 American Motor Corp ได้ขายบริษัทให้กับ Chrysler Corp. และได้มีการพัฒนาสมรรถนะและความสะดวกสบายขึ้นเรื่อยๆ ครั้นปี 1997 ได้พัฒนาจากแหนบหน้า-หลัง ที่เคยใช้มาเป็นช่วงล่าง Coil Spring และ Link Arm ใน Model TJ จวบจนถึงรุ่นในปัจจุบัน


 
 



Copy Right © ThailandOffroad.Com April 2006 :::By Intellect System ::: Email : webmaster@ThailandOffroad.Com View My Stats ติดต่อโฆษณา