เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา     View stat by Truehits.net



ข่าวชมรม ประจำเดือน มกราคม - กุมภาพันธ์ 2553
   
webmaster
webmaster
ศุกร์
29/1/2553
เวลา : 13:13
IP:58.9.115.252
อ่าน= 5858
ตอบ = 6

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน
       คุยกันก่อน......

สมาชิกและผู้บริจาคที่รักทุกท่าน
ปีเก่าผ่านไปปีใหม่ก็เข้ามา ก็ขอสวัสดีปีใหม่สากล ปีใหม่จีน พร้อมกันไปเลย ได้แต่หวังว่าสิ่งใหม่ๆและดี จะเข้ามาสู่ประเทศของเรา ปีที่ผ่านมาเราร่วมแรงร่วมใจกันสร้างได้ 6 โรงเรียนกับอีก 1 วัด ตามลำดับดังนี้
1. มีนาคม ร.ร.แม่พูล สาขา วะแขระโกร อ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดยโรงพยาบาลสินแพทย์
2. พฤษภาคม ร.ร.บ้านแม่พูล สาขาแม่สองน้อย อ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดยธนาคารดอยช์แบงค์
3. ตุลาคม ร.ร.บ้านแม่สลิดหลวงวิทยา สาขา บ้านเชียงแก้ว โดยคณะนักเรียนมัธยมนานาชาติ CIS จากฮ่องกงและไทย และแม่สองวัดเชียงแก้ว อ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดยสมาชิกโรงเรียนของหนู
4. พฤศจิกายน ศศช. “ แม่ฟ้าหลวง ” บ้านกองต๊อก อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดย ธนาคาร อาคารสงเคราะห์
5. ธันวาคม ร.ร.บ้านสว้า สาขา บ้านขุนน้ำจอน โดย โรงพยาบาลเปาโล
6. ธันวาคม ร.ร.แม่สลิดหลวงวิทยา สาขา บ้านโขะ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดย บริษัทกิบไทย จำกัด
ต้องขอขอบคุณคณะผู้ใหญ่ใจดีทั้งหกคณะ รวมทั้งผู้บริจาคทางบ้านและสมาชิกชมรมโรงเรียนของหนู ที่ได้สละทั้งกำลังทรัพย์และกำลังกายและสิ่งของต่างๆ ไปช่วยสร้างฝันให้ครูและนักเรียน ให้เป็นจริงและสัมผัสได้
ในวะระดิถีขึ้นปีใหม่นี้ ทีมโรงเรียนของหนู ขอนำรอยยิ้มและคำขอบคุณจากผู้รับทุกท่าน มามอบเป็นของขวัญวันปีใหม่ ให้กับผู้ให้ทุกท่าน ขอให้พรจากผู้รับทุกท่านจงดลบันดาลให้เกิดผลกับผู้ให้เป็นทวีคูณ
ขอให้ผู้ให้ทุกท่านจงพบกับรอยยิ้มที่อบอุ่นเป็นมิตร พบกับความเอื้อเฟื้อจากผู้คนที่ท่านได้พบ ขอให้ปาฎิหารย์ เกิดขึ้นกับท่านทุกวัน เหมือนกับที่ท่านได้สร้างปาฏิหารย์ให้กับผู้อื่น ขอให้สิ่งดีๆเกิดขึ้นกับท่านทุกวัน ดังที่ท่านทำสิ่งดีๆให้กับผู้อื่น สุดท้ายขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและพระบารมีองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จงปกป้องคุ้มครองให้ท่านแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง
และในโอกาสวันวาเลนไทม์ ที่จะมาถึง ขอให้สมาชิกที่ยังไม่มีรัก ขอให้พบรักที่ยั่งยืน ที่มีรักแล้ว ก็ขอให้รักกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น มีชีวิตที่สดใสทุกๆคน...จ้า

ทีมงานฯ


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
   
คำตอบที่ 1

webmaster
webmaster
ศุกร์
29/1/2553
เวลา : 13:14
IP:
58.9.115.252

ตามรอยทีมสำรวจ….

หลังจากที่เราได้หยุดพักเพื่อฉลองปีใหม่ สองอาทิตย์ เราก็เริ่มออกสำรวจทันที เชียงดาวคือเป้าหมายของเรา
ศศช. “ แม่ฟ้าหลวง ” บ้านขุนห้วยไส้ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จากเชียงใหม่ มุ่งหน้ามาเชียงดาว จากเชียงดาว มุ่งหน้าไปเส้นทาง ไชยปราการ – ฝาง ผ่านโครงการหลวงบ้านห้วยลึก ไปไม่นานนัก นับหลักกม.ไปจนถึง หลักกม.ที่ 99 เลี้ยวซ้ายเข้าไป เรื่อย จนถึงทางแยกซ้ายขึ้นเขา เราวิ่งไปตามทางดินสลับทางปูน ราว 1 ชม.ก็ถึง
โรงเรียนนี้ ครูได้ขอมาตั้งแต่ปี 49 แล้วแต่ก็ยังหาผู้ใหญ่ใจดีมา ช่วยสร้างโรงเรียนให้ไม่ได้ จนเข้าปี 4 เราจึงประสบความสำเร็จ ที่จริงแล้วโรงเรียนนี้เราได้เข้าไปถ่ายและนำมาออกอากาศมาหลายครั้งแล้ว แต่คราวนี้เราได้เข้าไปเยี่ยมอีกครั้งเพื่อบอกข่าวดีกับชาวบ้าน
โรงเรียนก็ยังคงมีสภาพเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก จะมีเพิ่มก็เป็น โรงครัวเล็กๆ มีเตาเผาขยะ ซึ่งได้มาจากการออกค่ายของนักศึกษา และความร่วมใจของชาวบ้าน ที่นี่มีนักเรียน ราว 60 คน เป็นเด็กเล็ก เสีย 19 คน เด็กประถม 1-4 อีก 40 คน เรียนรวมอยู่ในห้องเดียวกัน ในอาคารเล็กๆ
ที่นี่มีครู 2 คน สำหรับเด็กเล็กและเด็กประถม ตอนที่เรามาถึง ชาวบ้านได้ช่วยกันปรับพื้นที่ และสร้างอาคารไม้ไผ่เล็กๆ ขนาด 5x7 เมตร เพื่อให้เด็กเล็ก ได้ย้ายเข้ามาเรียนที่นี่ เพราะโรงเรียนเก่าเล็กและแคบมาก สำหรับเด็ก 60 คน เตรียมขุดหลุมเพื่อทำห้องสุขาให้เด็กๆ
ครูและชาวบ้านดีใจมากเมื่อทราบข่าวดี พวกเราพากันออกมาหาสถานที่เหมาะเพื่อสร้างโรงเรียน ในที่สุดลูกชายผู้ใหญ่บ้านก็ตัดสินใจ สละที่ของตัวเองที่เพิ่งสร้างห้องเรียนอนุบาลเสร็จให้เป็นที่สำหรับสร้างโรงเรียนถาวร ซึ่งนับเป็นการเสียสละที่น่าชมเชย
ในตอนแรกลูกชายผู้ใหญ่บ้านตั้งใจจะปลูกบ้านในที่ตรงนี้ เพราะตนเองยังไม่มีบ้านอยู่ แต่เมื่อหาที่เหมาะสมไม่ได้เพราะสภาพโรงเรียนที่อยู่ในที่ลุ่ม มีลำห้วยไหลผ่านหน้าโรงเรียน และจากสภาพลำห้วยที่ขาดการดูแล ทำให้ลำห้วยนี้ตื้นเขินไป ชาวบ้านกลัวว่า เมื่อถึงหน้าฝน อาจเกิดการอุดตันของลำห้วยและก็จะไหลเอ่อมาท่วมโรงเรียน หรืออาจเกิดน้ำสะสมจากยอดเข้า ไหลมาถล่มโรงเรียนพังได้
โดยสภาพโรงเรียนเก่านั้นแคบอยู่แล้วสูงกว่าลำห้วยไม่ถึง 20 ซม.ปกติเวลาฝนตก น้ำก็มักท่วมเข้ามาในโรงเรียนบ่อยๆ ชาวบ้านกลัวว่าโรงเรียนสวยๆจะพังเสียหมด จึงอยากให้ขึ้นไปสร้างบนเขาซึ่งเป็นที่กว้างพอสมควร ปลอดภัยจากลมและฝน ส่วนลูกชายผู้ใหญ่บ้านก็ตัดสินใจย้ายบ้านไปอยู่บนเข้าอีกลูกหนึ่งซึ่งไม่ไกลเท่าไร แค่กิโลแม้วเท่านั้นเอง ( ชาวเราเดินกันขาลาก เชียวละ )


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 2

webmaster
webmaster
ศุกร์
29/1/2553
เวลา : 13:18
IP:
58.9.115.252

โรงเรียนที่นี่ขาดแคลนแทบทุกอย่าง ขนาดที่ว่าระหว่างที่เราประชุมกันอยู่ เราขอให้ครูช่วยจดกำหนดการต่างๆและรายละเอียดในการทำงาน เพื่อจะได้ไม่ลืม ครูก็ไปคว้าเอาเศษกระดาษเล็กๆ ชิ้นหนึ่งแล้วจดใหญ่เลย พยายามเขียนตัวเล็กๆ เพื่อประหยัดเนื้อที่ เราจึงถามว่าทำไมไม่จดใส่สมุดล่ะ ครูตอบว่าสมุดไม่มีครับ เราก็ถามอีกว่า สักเล่มก็ไม่มีเหรอ เอากระดาษแผ่นใหญ่กว่านี้ก็ได้ จะได้เห็นชัดๆ.....

ครูตอบว่า สมุดที่มีอยู่ได้แจกจ่ายให้กับเด็กนักเรียนและโรงเรียนในแถบนี้หมดไปนานแล้ว เพราะขาดแคลนเหมือนๆ และงบประมาณก็ยังไม่มี ทั้งเด็กและครูก็เลยไม่มีสมุดใช้ ฟังแล้วเราก็อึ้ง ดินสอสักแท่งก็ไม่มี เดินหาในโรงเรียนไม่มีเลย ประเทศไทยของเรา มีอย่างนี้จริงๆ ในที่สุดเราก็ไปค้นหาสมุดในรถ ก็เลยได้มา 1 เล่ม เป็นสมุดบันทึกหมีพูน่ารักสดใส ( ของสาวๆในทีม ) จึงมอบให้ครูไว้ใช้ ซึ่งครูก็ดีใจมาก แม้มันจะไม่ค่อยเข้ากับครูผู้ชายนัก แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี
ปัญหาที่พบไม่ใช่มีแค่นั้น ปัญหาที่สองคือเรื่องน้ำ ซึ่งเราพบอยู่เสมอๆตลอด 19 ปี ที่ผ่านมา เนื่องจากลำห้วยอุดตัน น้ำก็ไม่สะอาด หน้าแล้งก็ขาดน้ำ ชาวบ้านต้องเดินไปตักที่บ่อท้ายหมู่บ้าน ประกอบกับย้ายโรงเรียนไปสร้างบนเขา ทำให้มีปัญหาเรื่องน้ำ
ชาวบ้านบอกว่ามีแหล่งน้ำอยู่ภูเขาถัดไปซึ่งสูงกว่า ต้องทำการเดินท่อชักน้ำเข้าหมู่บ้าน ซึ่งก็ได้รับงบประมาณมาบ้าง แต่แค่ท่อน้ำที่ต้องเดินจากแหล่งน้ำมาถึงหมู่บ้านก็ราคาหยียบแสนแล้ว ซึ่งจนวันนี้ก็ยังไม่ได้ทำ จริงๆแล้ว ท่อน้ำมีอยู่มากมาย ตามงบ อบต.ที่ให้มา เพราะชาวบ้านขาดความรู้ ว่าจะต่ออย่างไรดีและ เรื่องการรักษาแหล่งน้ำที่มีอยู่ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย
เราอาจมองว่าเรื่องง่ายๆทำไมทำไม่ได้ เพราะเรื่องง่ายๆแบบนี้ชาวเราก็ทำไม่ได้เช่นกัน จึงทำให้เกิดน้ำเน่าเสียในคูคลองแทบทุกสายของประเทศไทย ในเมืองชาวเราขาดจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ แต่ในป่าในถินทุรกันดาร ชาวเขาขาดความรู้ เมื่อเราไปให้ความรู้ เขายินดีทำตามคำแนะนำของเรา
เมื่อเราประชุมชาวบ้าน เราจึงให้คำแนะนำว่า ควรให้ชาวบ้านลอกและทำความสะอาดลำห้วยที่มีอยู่ เพื่อให้น้ำเดินได้สะดวก เพราะเหนือหมู่บ้านออกไป ลำห้วยยังคงสมบูรณ์และสะอาด หลังจากนั้นก็ช่วยกันทำฝายน้ำล้นเป็นระยะๆ เพื่อเก็บกักน้ำ จนถึงหมู่บ้าน






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 3

webmaster
webmaster
ศุกร์
29/1/2553
เวลา : 13:19
IP:
58.9.115.252

เราได้แจ้งกับชาวบ้านว่าจะนำแท้งค์น้ำ มาให้ 2 แทงค์ๆละ 1,500 ลิตร เพื่อให้ชาวบ้านได้เก็บกักน้ำไว้ใช้ และในช่วงก่อสร้างก็จะขอรถน้ำจากเทศบาลเชียงดาวมาใส่ให้เต็ม เพื่อความสะดวกในการก่อสร้าง ผู้อ่านคงจะสงสัยว่า รถน้ำจากเทศบาลเข้ามาได้หรือ คำตอบคือ เข้าได้แน่นอน เพราะโรงเรียนอยู่ห่างจากตัว อำเภอประมาณ 20 กม. เส้นทางก็เป็นทางดินอัดแน่น สลับกับถนนคอนกรีต ที่เรียกว่า ถนน อบต.
ถามว่าทำไมให้แค่ 2 แท้งค์ จะใช้พอทั้งหมู่บ้านหรือ คำตอบก็คือ เรามีงบแค่นี้ ( ใครอยากช่วยบริจาคเพิ่มก็ยินดีรับ....จ้า ) อย่างน้อยตรงนี้ยังพอให้เด็กๆมีน้ำดื่ม ยามหน้าแล้ง อย่างน้อยเวลาหน้าแล้ง ทางเทศบาลก็ยังเอาน้ำมาใส่ไว้ให้ดื่มกิน พอประทัง หรือไม่ก็ชาวบ้านยังพอตักน้ำจากลำห้วยมาเก็บไว้ใช้ดื่มกินได้
แล้วชาวบ้านกินน้ำที่นี่เหรอ ตอบว่าใช่ ทุกที่เป็นแบบนี้ ลำห้วยที่อยู่ใกล้ที่สุดคือแหล่งน้ำที่ใช้หล่อเลี้ยงชีวิต กิน อาบ ชะล้าง ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงทุกชนิด กินรวมกัน ชีวิตที่เลือกไม่ได้ ก็ต้องอยู่กันตามยถากรรม ทั้งหมดที่เล่ามา ก็คือ คำตอบที่ทุกคนถามมาเสมอ ว่าทำไมถึงสร้างโรงเรียน สร้างแล้วได้อะไร
เมื่อมีโรงเรียน คนก็มีความรู้มากขึ้น แน่นอนก็สามารถเอาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ ทีมโรงเรียนของหนู เชื่อว่า โรงเรียนคือแสงสว่างสองทางชีวิต


ในระหว่างวันที่ 27 กพ. – 1 มีนาคม นี่ เราได้ผู้ใหญ่ใจดีอย่าง ดอยทช์แบงค์ มาช่วยสร้างแสงสว่างให้ครูและนักเรียน รวมทั้งชาวบ้าน ครูบอกว่า เมื่อมีโรงเรียนแล้ว เด็กๆที่ออกไปเรียนไกลๆคงจะกลับมาเรียนเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งก็เป็นการดีที่เด็กๆไม่ต้องเดินไปเรียนไกล หรือจากบ้านไปพักอยู่ที่โรงเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกผู้ใหญ่ที่อยากเรียนคงจะได้มาเรียนกันมากขึ้น ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน..





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 4

webmaster
webmaster
ศุกร์
29/1/2553
เวลา : 13:19
IP:
58.9.115.252

 ……… เก็บมาฝาก......

เงาขุ่นที่ลอยไปลอยมาในดวงตา คือ อะไร
ภายในดวงตาของเรานั้นเป็นโพรงใหญ่เต็มไปด้วยของเหลวหนืดคล้ายวุ้นที่เรียกว่า วุ้นดวงตา ( Vitreous humer ) เงาขุ่นๆที่เรามองเห็นในดวงตา เกิดจากโปรตีน เม็ดสี หรือเนื่อเยื่อของตัวอ่อน ( ซึ่งหลุดเข้าไปอยู่ภายใน ตั้งแต่ระยะที่ดวงตากำลังสร้างขึ้น ) ที่ลอยอยู่ภายในวุ้นดวงตา
สารเหล่านี้มีลักษณะโปร่งแสง เมื่อลอยอยู่ในระนาบเดียวกับลำแสงที่ส่องเข้าดวงตา เราจึงมองเห็นเป็นเงาขุ่น คนส่วนใหญ่มีเงาขุ่นอยู่ในวุ้นดวงตาโดยไม่ทันรู้ตัว ดวงตาของเราสามารถปรับตัวกับสิ่งบกพร่องเหล่านี้ได้ จึงทำให้เราไม่เห็นเงาขุ่น เช่นเดียวกับผู้ที่สวมแว่นตาไม่ทันสังเกตคราบสกปรกบนกระจกแว่นนั่นเอง เงาขุ่นมักประกฎชัดเจนขณะที่เรามองไปยังฉากหลังสีเรียบ เช่น กระดานดำ ผนังว่างเปล่า หรือท้องฟ้า
เราควรทำอย่างไรหรือ ถ้ามีขุ่นเงาในดวงตา เงาขุ่นที่ปรากฎเป็นครั้งคราวไม่มีอันตราย แต่บางครั้งอาจเป็นอาการเบื้องต้นของภาวะจอประสาทตาเสื่อม มีเคล็บลับง่ายๆที่ช่วยให้คุณจัดการกับเงาขุ่นในดวงตาตัวเอง โดยสถาบันจักษุวิทยาแห่งอเมริกา ( The American Academy of Opthalmology ) ให้คำแนะนำดังนี้
“ หากเงาขุ่นปรากฎในดวงตา วิธีดีที่สุด คือ กลอกตาไปมาเพื่อให้น้ำในดวงตาไหลเวียน เงาขุ่นจะลอยหายไปเอง แต่การกลอกตาขึ้นลงทำให้น้ำในดวงตาไหลเวียนต่างทิศกัน และทำให้เงาขุ่นหายได้ดีกว่าด้วย ”
แม้ว่าคุณจะรู้ตัวว่ามีเงาขุ่น แต่การพยายามเพ่งมองอาจไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก เพราะเงาขุ่นอยู่ภายในดวงตาของเรา การกลอกตามองตามจึงทำให้เงาขุ่นลอยเคลื่อนไปเรื่อยๆ คุณจึงไม่สามารถ เพ่งมองตามได้ทัน

ทำไมเราจึงรู้สึกปวดตาในเวลาที่เหน็ดเหนื่อย
บางทีคุณอาจไม่ทราบว่าผู้ที่เอาแต่นั่งๆนอน ตลอดเวลาก็มีเรื่องวุ่นวายต้องทำเช่นกัน ขณะที่พวกเขานอนเอกเขนกบนเก้าอี้โซฟาอ่านหนังสือการ์ตูน หรือศึกษาอิทธิพลของความรุนแรงในโทรทัศน์ที่มีต่อเด็ก ด้วยการชมการ์ตูนเรื่อง กระต่ายแสนกลบั๊กบันนี่ นั้น กล้ามเนื้อดวงตาของเขากำลังออกกำลังกายอย่างขะมักเขม้น จักษุแพทย์ เจมส์ พี แมคคัลเลย์ ( James P McCulley ) กล่าวว่า กล้ามเนื้อเหล่านี้เป็น กล้ามเนื้อส่วนที่ทำงานมากที่สุดในร่างกาย
ความจริงแล้วดวงตาของเราประกอบด้วยกล้ามเนื้อ 6 ชุด
• ดวงตาแต่ละข้างมีกล้ามเนื้อ 6 มัด ยึดเหนี่ยวอยู่โดยรอบ ทำหน้าที่กลอกตาไปตามทิศทางที่ต้องการ การทำงานสอดประสานกันของกล้ามเนื้อรอบดวงตาเหล่านี้ทำให้ดวงตาทั้งสองข้างกลอกไปมา พร้อมกันในทิศทางเดียวกัน
• กล้ามเนื้อหูรูดบริเวณม่านตา ทำหน้าที่เปิดปิดรูม่านตา เพื่อควบคุมปริมาณแสงสว่างที่ฉายเข้าในดวงตา


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 5

webmaster
webmaster
ศุกร์
29/1/2553
เวลา : 13:20
IP:
58.9.115.252

• กล้าเนื้อซิเลียรี ( Cicjary muscles ) ซึ่งยึดเกาะอยู่รอบเลนส์ตา มีหน้าที่ควบคุมความโค้งนูน เพื่อปรับความชัดเจนในการมอง
การเพ่งอ่านหนังสือหรือทำงานที่ต้องเพ่งมองในระยะใกล้ มีผลทำให้กล้ามเนื้อเหล่านี้ต้องทำงานหนักเป็นพิเศษ และการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานย่อมทำให้กล้ามเนื้อปวดเมื่อยและอ่อนล้า เช่นเดียวกับการออกกำลังกายอย่างหนัก สตีเฟน มินซ์ ( Steven Mintz )นักจักษุมาตร ผู้หนึ่ง อธิบายเพิ่มเติมว่า.....
“ ดวงตาของมนุษย์ได้รับการออกแบบอย่างดี ไม่ว่าวัตถุที่ต้องการมองจะอยู่ใกล้หรือไกลเพียงใดก็ตาม ภาพที่มองเห็นจะปรากฎชัดเจนบนจอประสาทตา ( ด้านหลังสุดของดวงตา ) โดยไม่ต้องอาศัยการทำงานของกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตามการมองวัตถุที่อยู่ใกล้มากๆ จำเป็นต้องอาศัยกล้ามเนื้อดวงตา กล้ามเนื้อตาจะหมุนตาทั้งสองข้างเข้าข้างใน กล้ามเนื้อหูรูดจะหดตัวเพื่อให้ม่านตาเล็กลง กล้ามเนื้อซิเลียรีจะหดตัวเพิ่มความโค้งของเลนส์ตาเพื่อปรับภาพให้ชัดเจนขึ้น
กล้ามเนื้อดวงตาแต่ละมัดจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะในกรณีที่ดวงตามีปัญหาหรือความผิดปกติบางประการ ตัวอย่างเช่น กรณีของคนสายตายาว กล้ามเนื้อซิเลียรี ต้องทำงานหนักกว่าคนสายตาปกติ บางคนมีปัญหากล้ามเนื้อรอบดวงตาประสานงานไม่ดี ทำให้กล้ามเนื้อบางมัดต้องทำงานหนักขึ้น คนส่วนใหญ่ที่อายุเกิน 40 ปี มักประสบปัญหาเลนส์ตาแข็งตัวขาดความยืดหยุ่น กล้ามเนื้อซิเลียรีจึงต้องทำงานหนักขึ้น การอ่านหนังสือในภาวะแสงส่วางไม่เหมาะสม ( อาจจะส่วางมากเกินไปหรือมืดเกินไป ) อาจทำให้กล้ามเนื้อหูรูดม่านตาทำงานมากจนเกินไป
เช่นเดียวกับการวิดพื้น ถ้าวิดพื้น 100 ครั้ง ติดต่อกันอาจทำให้หลายคนปวดต้นแขน การใช้กล้ามเนื้ออื่นๆมากเกินไปก็เช่นกัน พฤติกรรมดังกล่าวมานี้ทำให้กล้ามเนื้อตาออกแรงมากขึ้นมากกว่าปกติ จึงทำให้ปวดตาได้เช่นกัน เราจึงควรระลึกไว้เสมอว่า การทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างกายอ่อนล้า กล้ามเนื้อดวงตามีความแข็งแรงน้อยกว่า จึงมีอาการปวดได้ง่ายกว่าเมื่อตอนที่ร่างกายเราสดชื่น “
จักษุแพทย์ที่เราขอคำปรึกษาได้ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ความเหน็ดเหนื่อยที่เกิดจากดวงตาอ่อนล้าส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาดวงตาแห้ง นพ.โรนัลด์ สแคชชาร์ ( Dr. Ronald Schachar ) จากสมาคมจักษุวิทยาแนวใหม่ ระบุว่า ความเหนื่อยล้าทำให้เรากระพริบตาน้อยลง ดวงตาจึงได้รับการหล่อลื่นไม่เพียงพอ งานที่ต้องเพ่งมองระยะใกล้ ทำให้กระพริบตาน้อยลงเช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านดวงตาพบว่า ผู้ที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์มักกะพริบตาน้อยกว่าปกติ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ อย่างน้อยชั่วโมงละครั้ง ว่าไปแล้วกล้ามเนื้อตาคงเป็นกล้ามเนื้อที่น่าสงสารที่สุด เพราะต้องออกกำลังกายหนักเหมือนวิ่งมาราธอนทุกวัน
ข้อมูลจาก
หนังสือ ไขปริศนาน่าฉงน
รีดเดอร์ส ไดเจสท์


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

   
คำตอบที่ 6

webmaster
webmaster
ศุกร์
29/1/2553
เวลา : 13:24
IP:
58.9.115.252






 ... ย่างเข้าหน้าแล้ง ทีมสำรวจก็เริ่มออกสำรวจโรงเรียนต่างๆ ถ้าใครโทรมาที่สำนักงานแล้วไม่มีใครรับ..อย่าโกธรกันเด้อ...ไปกันหมด..จ้า

 เนื่องจากปลายปีที่ผ่านมา เราสร้างโรงเรียนติดๆกันถึง 3 โรงเรียน ขนของไปฝากเด็กๆ ถึง 3 คอนเทนเนอร์ใหญ่ๆ สมุดดินสอ อุปกรณ์การเรียนเลย หมดคลัง ....ขอบริจาค ครับ

 ของบริจาคที่จะฝากไปให้กับเด็กนักเรียน ที่เชียงดาว มีกำหนดปิดรับ วันที่ 23 กพ.นี้.....ครับท่าน

 สมุดดินสอ อุปกรณ์การเรียน ต้องการอย่างมาก เพราะแถบนั้นมีหลายโรงเรียน และขาดแคลนเหมือนกันหมด อุปกรณ์กีฬาก็ไม่มี หนังสืออ่านสำหรับเด็กเล็ก ก็ขาด .....ขอบริจาคด้วยจ้า

 โรงเรียนมีโซล่าเซลล์ใช้ แต่แบตเสื่อมแล้วเก็บไฟไม่ได้ ตอนกลางคืนเลยมืดสนิท ท่านใดต้องการให้แสงส่วางกับครูและนักเรียนผู้ใหญ่ภาคค่ำ ก็บริจาคแบตเตอร์รี่มาได้เลย....




ฝากลงข่าวโดย ทีมโรงเรียนของหนู

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย

ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1   ดูหน้าต่อไป
 


เพื่อความปลอดภัยในการนำเสนอข้อมูลของผู้ใช้ Thailandoffroad.Com สมาชิกเท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ และ ตอบคำถามได้ครับ
สำหรับท่านที่สมัครสมาชิกแล้ว Login Click ที่นี่
สำหรับท่านที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิก สมัครสมาชิก Click ที่นี่

   
14/11/2552
หน้าแรก | สมัครสมาชิก | LOGIN | LOGOUT | เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว | ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา(Contact Us) | ติดต่อโฆษณา | ตลาดนัดซื้อขาย
แจ้งปัญหาหรือขอคำปรึกษาการใช้ website หรือติดต่อประสานงานกิจกรรมออฟโรด:::>>> อีเมล์ webmaster@ThailandOffroad.Com หรือ ติดต่อเรา(Contact Us)
CopyRight©ThailandOffroad.Com April,2006 ViewMyStats Truehits.net     วันพุธ,20 กันยายน 2560  (Online 4368 คน)  facebook.com/WeekendHobby 
                                       

ประกัน รถยนต์     <||>    ประกัน รถยนต์ ที่ไหน ดี     <||>    ประกัน ชั้น 1

ประกันรถยนต์     <||>    ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1    <||>     ประกันรถยนต์ 3พลัส     <||>    ประกันเดินทาง

หา ราย ได้ พิเศษ     <||>    อาชีพ ราย ได้ ดี     <||>    งาน ขับ รถ     <||>    งาน part time